2012/Jan/09

 วันจันทร์ที่สองของเดือนมกราคม ที่ญี่ปุ่นคือวันบรรลุนิติภาวะของผู้ที่อายุครบ 20 ปี เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น (เกิดปี 1991) แต่แทนที่จะไปร่วมพิธีกับเขา เรากลับมานั่งรถไฟด้วยตั๋วเซย์ชุน 18 (青春18きっぷ) ใบสุดท้าย ไปเที่ยวเมืองไซกิ (佐伯) และ อุซุกิ (臼杵) ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมืองเบ็ปปุ (別府) ที่เราอยู่ซะงั้น

สถานีไซกิ (佐伯駅 Saiki-eki)

Photobucketที่ตั้งของเขตไซกิ (Wikipedia)
Photobucket
สถานีไซกิ

 สถานีไซกิ ตั้งอยู่ที่จุดศูนย์กลางของเขตไซกิ ซึ่งเป็นเขตใต้สุดของจังหวัดโออิตะ การเดินทาง ไปได้ด้วยรถไฟสายนิปโป (日豊本線 Nippou-honsen) ซึ่งวิ่งตรงจากเบ็ปปุไป ใช้เวลาเกือบสองช.ม. หากนั่งรถไฟธรรมดา ค่าโดยสาร 1,430 เยน แต่เนื่องจากเราใช้ตั๋วเซย์ชุน 18 จึงไม่ต้องจ่ายค่าตั๋วรถไฟเพิ่ม

Photobucket
จักรยานเช่า สามช.ม. 300 เยน แต่ถ้าเข้าหอแสดงงาน Kunikida Doppo จะได้ลด 50%

 ครั้งนี้เราไปไซกิโดยแทบไม่หาข้อมูลอะไรไปเลย แค่คิดอยากนั่งรถไฟเล่น ไปถึงเลยเข้าไปถามศูนย์ท่องเที่ยว แล้วก็เช่าจักรยานมาปั่นไปสถานที่ที่เขาแนะนำ บวกกับถ่ายรูปบรรยากาศเมืองไปเรื่อยๆ อารมณ์ว่า ตูมาเพื่อมั่ว ฮ่าๆ

Photobucket
ศาลเจ้า Gosho-myoujin (五所明神)

 ความรู้สึกแรกตอนมาถึงคือ... ทำไมมันบ้านนอกขนาดนี้ ถนนโล่ง ไม่มีตึกสูง มีแต่ธรรมชาติ มองไปเห็นภูเขาและป่าไม้ แถมคนเดินถนนก็แทบไม่มี ซึ่งภายหลังมาเช็คดู ก็พบว่าเมืองนี้มีความหนาแน่นของประชากรที่ 84.1 คนต่อตารางกิโลเมตรเท่านั้น (เบ็ปปุ 992 คน, กรุงเทพ 3,600 คน) และวันนี้เป็นวันหยุดราชการ ร้านค้าร้านรวงก็ปิด เลยทำให้เมืองดูไร้ชีวิตชีวามาก

Photobucket
Kunikida Doppo (国木田独歩) นักประพันธ์สมัยเมจิ
Photobucket
ถนนประวัติศาสตร์และวรรณกรรม (歴史と文化の道)
Photobucket
รูปปั้นข้างสะพานข้ามแม่น้ำ

 สิ่งที่เราทำในเมืองนี้ก็มี ไหว้ศาลเจ้า Gosho-myoujin (五所明神) ปั่นจักรยานดูบ้านเมืองบนถนนประวัติศาสตร์และวรรณกรรม (歴史と文化の道) เข้าไปดูหอแสดงผลงานของนักประพันธ์ญี่ปุ่น Kunikida Doppo (国木田独歩館) เท่านั้น

 จริงๆ เมืองนี้อยู่ติดทะเล แต่พอดีเสียเวลากับการปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำถ่ายรูปเล่นมากไป เลยไม่ได้ไปดูเพราะจะขึ้นรถไฟไม่ทันเอา รถไฟธรรมดาที่ออกจากเมืองนี้ช่วงบ่ายๆ มีแค่หนึ่งขบวนต่อสองชั่วโมงเอง - -" (แต่รถไฟด่วนมีชั่วโมงละขบวน)

Photobucket
รางรถไฟรางเดียว

 ออกจากไซกิ เราก็ไปอุซุกิต่อ ระหว่างนี้สังเกตเห็นว่ารางรถไฟมีแค่หนึ่งราง ซึ่งผิดกับที่เคยคิดมาว่ารางรถไฟต้องมีอย่างต่ำสองราง... แปลว่ารถไฟที่นี่จะสวนกันไม่ได้ เลยต้องหยุดรอขบวนอื่นวิ่งผ่านที่สถานีเป็นครั้งคราว แสดงให้เห็นว่าผู้คนที่นี่ไม่ค่อยใช้รถไฟกันจริงๆ (ที่เบ็ปปุยังมีสองราง) ถึงว่า JR คิวชูเลยขาดทุนตลอดกาล...

Photobucket
รถไฟขบวน 815 สีแดงที่วิ่งในจังหวัดโออิตะ มี 2 ตู้โดยสาร

 เรื่องรถไฟ ถ้าไม่นับรถด่วนพิเศษที่มี 6-8 ตู้แล้ว รถไฟธรรมดาของ JR คิวชูสายนิปโปนี่มีแค่ 2-4 ตู้เท่านั้น เทียบกับรถไฟในฮอนชู (เกาะใหญ่) ตอนเรานั่งขึ้นโตเกียว ที่มี 6-12 ตู้ กับรถไฟในโตเกียว ที่มี 16 ตู้ (ก็ยังไม่พอ) แล้ว เห็นได้ชัดว่าสังคมคิวชูเป็นสังคมที่พึ่งพารถไฟน้อยมาก อย่างว่า ผู้คนไม่แออัด มีถนนให้ขับรถได้สบายๆ นี่นะ แถมหลายที่ก็มีแต่ทุ่งนา วางรางไปก็ไม่คุ้มแน่
 อ้อ การเดินทางไกลๆ ในเกาะนี้ บอกได้เลยว่านั่งบัสถูกกว่ารถไฟแทบทั้งนั้น แต่ต้องหาตั๋วส่วนลดนะ

สถานีอุซุกิ (臼杵駅 Usuki-eki)

Photobucket
ที่ตั้งของเขตอุซุกิ (Wikipedia)
Photobucket
พระพุทธรูปหิน Landmark ของสถานี

 ต่อมา ลงที่สถานีอุซุกิ ซึ่งปรากฏว่า... มันไม่มีอะไรยิ่งกว่าสถานีไซกิอีก เล็กกว่า คนน้อยกว่า ร้านค้ารอบๆ ก็น้อยกว่า =_= แต่ก็ได้ไปดูปราสาทอุซุกิ (臼杵城跡) อยู่ใกล้ๆ สถานี เดิน 10 นาทีถึง กับศาลเจ้า Utono (卯寅稲荷神社) ที่อยู่ติดกันมา เมืองนี้ความหนาแน่นประชากรอยู่ที่ 141 คนต่อตารางกิโลเมตร มองดูบ้านเมืองหนาแน่นกว่าไซกิ แต่ก็ไม่มีตึกสูงให้เห็นเช่นกัน

Photobucketปราสาทอุซุกิ (臼杵城跡)
Photobucket
ศาลเจ้า Utono (卯寅稲荷神社)
Photobucket
พาโนรามาวิวทะเล

 ก็จบเท่านี้กับการเที่ยวสองเมืองในโออิตะแบบไร้จุดหมาย ได้นั่งรถไฟเพลินๆ เดินเล่นกลางธรรมชาติ คิดอะไรไปเรื่อย ก็ดีเหมือนกัน ยิ่งเดือนนี้ปิดเน็ต 3G ยิ่งทำให้รู้สึกว่าโลกนี้ช่างสงบ เป็นการทำใจก่อนเปิดเทอมวันพรุ่งนี้ และลุยหางานต่อ >__<

 

 

ป.ล.ขากลับแวะโออิตะ... เสียเงินเพราะความศรัทธา AKB48 เรียบร้อย orz

Photobucket

2011/Dec/31

 ตอนนี้อยู่ระหว่างเที่ยวโตเกียวข้ามปี วันนี้ไป Comic Market 81 (Comike) เป็นครั้งแรกมา เพื่อเก็บบรรยากาศงานโดจินและมังกะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ก็ขอเขียนเป็นเอ็นทรี่ส่งท้ายปี 2011 ซักเล็กน้อย และสวัสดีปีใหม่ 2012 ทุกท่านครับ m(_ _)m

Photobucket
สถานี Toyosu สาย Yurikamome

 การเดินทาง ต้องไปที่สถานี 国際展示場正門(Kokusai-tenjijou Seimon) ด้วยรถไฟฟ้าสาย ゆりかもめ (Yurikamome) โดยเราขึ้นจากฝั่งสถานี 豊洲 (Toyosu) ค่ารถไฟ 240 เยน แต่ถ้าขึ้นจากฝั่ง 新橋 (Shinbashi) จะเสีย 380 เยน แต่ฝั่งนั้นจะใกล้ตัวเมืองโตเกียวมากกว่า ทำให้เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน/JR ไปขึ้นได้โดยง่าย

Photobucket
TOKYO BIG SIGHT -Tokyo International Exhibition Center-

 วันนี้อากาศดี อุณหภูมิราว 9 องศา เมื่อถึงสถานี ก็เห็นตึก Tokyo Big Sight ตั้งสง่าอยู่ พร้อมกับผู้คนมหาศาล อนึ่ง จำนวนผู้มางาน Comike 81 ทั้งหมดสามวัน ปีนี้มีทั้งสิ้นราว 500,000 คน น้อยกว่าปีที่แล้วสองหมื่นคน คาดสาเหตุมาจากแผ่นดินไหว ประกอบกับค่าเงินเยนที่แข็งขึ้น ทำให้ชาวต่างชาติมาน้อยลง

Photobucket
Photobucket
เดินขึ้นบันไดเข้างาน

 เข้า Tokyo Big Sight เสร็จก็เดินตามทางเดินที่จัดไว้ให้ แน่นอนว่าทุกคนเดินตามทางอย่างเป็นระเบียบกัน ที่ต้องระวังคือห้ามหยุดเดินบนทางเดิน เพราะจะทำให้การจราจรติดขัด คนอื่นเดือดร้อน - -"

Photobucket
ภายในงาน บูธบริษัท

 พอดีเราไม่มีของอยากไปสอยเท่าไร เลยแค่ไปซึมซับบรรยากาศ เดินไปเดินมาเฉยๆ บูธที่สนใจก็มี Unisonshift, Circus, Sega แต่เนื่องจากเราไปประมาณ 11:30 น. สินค้าหลายๆ อย่างจึงหมด ประกอบกับที่ไม่ค่อยได้ตามเกมใหม่ๆ เลยไม่มีของให้ซื้อ ไม่เสียเงินซักแดง :P (หลักๆ คือความสนใจพวกอนิเมะมันลดลง เพราะชอบ AKB48 แทน lol)

Photobucket
โซนบูธโดจินฝั่งตะวันออก คนเยอะเป็นมด

 เราไม่ได้เข้าไปเดินดูโซนโดจิน เพราะเห็นคลื่นฝูงชนแล้วไม่กล้าสู้ เลยแค่ถ่ายรูปด้านนอกมา ก็คงพอเข้าใจว่าคนมันมากมายขนาดไหน อีกโซนที่คนเยอะไม่แพ้กันคือลานกว้างคอสเพลย์ ขนาดต้องต่อคิวกันถ่ายรูปเลเยอร์เลยทีเดียว ไม่ขอไปร่วมด้วย แหะๆ...

Photobucket
บรรยากาศภายนอกโดยรวม

 สุดท้าย ตอนเที่ยงกว่าๆ ออกมานั่งดูคนข้างนอกระหว่างพักกินเบ็นโตะ ดูคนคอสเพลย์เดินผ่านไปมา มีอะไรแปลกๆ ฮาๆ เทพๆ เยอะมาก ที่เห็นคอสกันเยอะคือโอคาเบะ (Steins;Gate) คงเพราะมันคอสง่ายดี แต่ไม่เห็นคนที่ดูเป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องจริงๆ แฮะ Surprised

 ส่วนขากลับ เรากลับประมาณบ่ายสอง (งานเลิกสี่โมง) คนกลับจึงยังไม่เยอะมาก แต่ก็พอจะทำให้รถไฟแน่นเต็ม โดยเฉพาะทางที่วิ่งไป 新橋 ส่วนทาง 豊洲 ที่เรากลับยังพอมีที่นั่งอยู่ จึงแนะนำว่าให้ขึ้นจากฝั่ง 豊洲 ดีกว่าครับ

 

 

 สรุป การไป Comike 81 ครั้งนี้ เป็นการไปคอมิเกะครั้งแรกที่สนุกดี ได้สัมผัสถึง passion ที่มีต่ออนิเมะและมังกะของคนญี่ปุ่น ได้เห็นความเป็นระเบียบ ได้ดูชุดคอสเทพๆ ได้เห็นเทคนิคการขายของของบริษัทต่างๆ ฯลฯ เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปดูโซนโดจิน แต่เราก็ไม่มีอะไรที่อยากซื้อเป็นพิเศษ ก็ไม่เป็นไร ดีกว่าต้องไปเบียดเสียดกับคนมากมาย

 

 

ป.ล.จริงๆ ข้างในห้ามถ่ายรูปนะ โดยเฉพาะการถ่ายรูปเลเยอร์โดยไม่ขออนุญาต เป็นเรื่องต้องห้ามเลย
ป.ล.2 ปีนี้ได้กินสุกี้ร้อนๆ บนโต๊ะโคทัตสึ พลางดูโคฮาคุ ได้อารมณ์คนญี่ปุ่นมาก เป็นปีแรกที่ไม่ได้อยู่ห้องตัวเองในคืนวันสิ้นปี
ป.ล.3 จากการเข้าฟังสัมมนาของบริษัทต่างๆ ได้รู้อะไรหลายๆ อย่าง มีเรื่องอยากเขียนบล็อกเยอะ แต่เขียนไปเขียนมา นึกคำที่จะใช้สื่อเป็นภาษาไทยไม่ออก เลยติด ดองไว้เพียบ T_T



Chuy (ชุย)
View full profile