2010/Feb/06

  เอ็นทรี่นี้พูดถึงการขอ Re-Entry Permit (再入国許可) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นหากจะเดินทางออกนอกประเทศญี่ปุ่นในขณะที่วีซ่ายังมีอายุอยู่ครับ

このエントリーでは再入国許可の取得について話します。再入国許可を申請するために、別府市に住むAPUの国際学生は大分県にある福岡入国管理局大分出張所に行かなければなりません。その手順、必要な書類などについて話したいと思います・・・っていう風に書くと、なんか発表するためのスクリプトって感じになりますねww


รถไฟ Sonic ณ เบ็ปปุ

   การขอ Re-Entry Permit เป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติทุกคนต้องทำหากต้องการเดินทางออกนอกญี่ปุ่นแล้วจะกลับเข้่ามาอีกภายในช่วงอายุของวีซ่า เช่นกลับไทย หรือไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น หากไม่ขอ Re-Entry Permit ไว้ เมื่อออกนอกประเทศญี่ปุ่นแล้วต้องการกลับมาอีก จะต้องทำเรื่องขอวีซ่าใหม่อีกครั้งตั้งแต่ต้น

  สำหรับนักเรียน APU ที่อยู่ในเมืองเบ็ปปุ ต้องไปทำที่สำนักกองตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Bureau / 入国管理局) ที่เมืองโออิตะ โดยนั่งรถไฟไปจากสถานีเบ็ปปุ ค่าตั๋วไปกลับ 540 เยน 


ตึก Sofia Plaza 2 ชั้น 4 คือกองตรวจคนเข้าเมือง โออิตะ

  ขั้นตอนการขอ Re-entry นั้นไม่ยากเลย ใช้เวลาประมาณสิบนาทีเท่านั้น แต่สำหรับคนที่ไม่เคยไปกองตรวจคนเข้าเมือง อาจจะลำบากนิดหน่อยในการหาที่ทำถ้าไม่ใช้แท็กซี่

สำหรับเอกสารที่ต้องนำไปด้วยก็มี

  • พาสปอร์ต
  • บัตรประจำตัวชาวต่างชาติ

สองอย่างเท่านั้น แต่เพื่อความสะดวก แนะนำให้เอาปากกาและน้ำยาลบคำผิดไปเองด้วย

สำนักกองตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานโออิตะ(福岡入国管理局大分出張所)เปิดทำการในวันและเวลาต่อไปนี้

วันจันทร์-ศุกร์ 9.00 - 12.00 น. / 13.00 - 16.00 น. (ปิดทำการวันหยุดนักขัตฤกษ์)

*เนื่องจากที่นี่ตรงเวลามาก เลยเที่ยงเมื่อไรก็พักเมื่อนั้น ขอให้เผื่อเวลาให้ดีก่อนมาทำ


แผนที่ไปกองตรวจคนเข้าเมืองโออิตะ (คลิกที่ภาพเพื่อขยาย) ใช้เวลาเดินประมาณ 15-20 นาที

  แผนที่ของกองตรวจคนเข้าเมืองที่โออิตะก็ตามด้านบนนี้ อธิบายอย่างละเอียด พร้อมวิธีทำคือ

  1. ออกประตูสถานีโออิตะทิศเหนือ
  2. เดินตรงขึ้นไปตามถนนใหญ่ ถ้าเห็นห้าง パルコ, แมคโดนัลด์อยู่ทางขวา แปลว่ามาถูกทางแล้ว
  3. เดินตรงไปเรื่อยๆ ผ่านธนาคารโออิตะด้านขวา ข้ามสี่แยกใหญ่ที่มีสะพานลอยวงเวียน
  4. ตรงไปจนกว่าจะถึงอีกสี่แยกหนึ่ง ถึงแล้วเลี้ยวซ้าย
  5. ตรงไปตามถนน ข้ามคลอง แล้วเดินต่อ
  6. พอเห็นป้ายสีน้ำเงิน พื้นขาว ชี้ให้เลี้ยวซ้าย เขียนว่า 入国管理局 0.1Km ก็เลี้ยวซ้าย จะเข้าไปใน ソフトパーク
  7. เข้าไปแล้วให้เดินเข้าตึกแรกทางขวา ตึก OEC เพื่อซื้อแสตมป์แทนเงินสด (収入印紙) นำไปติดตอนขอ Re-Entry
    • 3,000 เยน สำหรับแบบ Single เข้าออกประเทศได้ครั้งเดียว
    • 6,000 เยน สำหรับแบบ Multiple เข้าออกได้ไม่จำกัดครั้งในช่วงที่วีซ่ายังไม่หมดอายุ
  8. ซื้อเสร็จ ออกมาข้างนอก หันขวา เดินไปตามทาง เข้าตึก Sofia Plaza 2 (ソフィアプラザ)ขึ้นไปชั้นสี่
  9. บอกเจ้าหน้าที่ว่าขอเอกสารทำ Re-entry permit (再入国許可申請書をください)
  10. กรอกข้อมูลที่จำเป็น มีข้อสงสัยให้ถามเจ้าหน้าที่
  11. ยื่นเอกสารที่กรอกเรียบร้อยให้เจ้าหน้าที่ เขาจะให้ติดแสตมป์ ติดแสตมป์ให้ถูกประเภท ส่งพาสปอร์ต, Alien card ให้เจ้าหน้าที่
  12. ส่งเและรอสักพัก ก็จะได้พาสปอร์ตที่มีสติกเกอร์ RE-ENTRY PERMIT TO JAPAN ติดอยู่ถัดจากหน้าวีซ่ากลับมา

แสตมป์ 3,000 เยน สำหรับขอ Single Re-Entry Permit

Single หรือ Multiple ดี?

การเลือกว่าจะขอ Re-Entry Permit แบบ Single หรือ Multiple นั้น ขึ้นอยู่กับความถี่ในการออกนอกญี่ปุ่นของเรา หากกลับไทยทุกปิดเทอม หรือไปเที่ยวเกาหลีบ่อยๆ แนะนำให้เลือกแบบ Multiple แต่หากกลับไทยปีละครั้ง หรือน้อยกว่านั้น แนะนำให้เลือกแบบ Single

 อนึ่ง ไม่ว่าจะแบบ Single หรือ Multiple ก็มีอายุใช้งานเท่ากัน คือ 3 ปี หรือ จนกว่าวีซ่าปัจจุบันจะหมดอายุ ขึ้นอยู่กับว่ากรณีไหนมาก่อน

 วีซ่าหมดอายุเมื่อไร? สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีอย่างนักเรียน APU วีซ่าจะหมดอายุในสองปีให้หลัง นับจากวันที่เข้าประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น วันหมดอายุของ Re-Entry Permit ก็คือวันที่วีซ่าหมดอายุนั่นเอง

 ยกตัวอย่างเช่น เข้าญี่ปุ่นวันที่ 30/3/2009 วีซ่าจะหมดอายุวันที่ 30/3/2011 ดังนั้น หากขอ Re-Entry ไป แบบ Multiple จะใช้เข้าประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งได้ถึงวันที่ 30/3/2011 โดยไม่คำนึงถึงวันที่เราไปขอ เช่นเดียวกับแบบ Single แต่แบบ Single จะใช้ได้แค่ครั้งเดียวก็ไม่สามารถใช้ได้อีก ต้องไปขอใหม่

 สำหรับเรา เนื่องจากเรากะกลับไทยปีละหนึ่งครั้ง ทุกเดือนกุมภาพันธ์/มีนาคม เรามา APU เดือน 3/2009 กลับครั้งแรก 3/2010 วีซ่าหมดอายุ 3/2011 ดังนั้น อย่างมากเราก็กลับแค่สองครั้งในช่วงเวลานี้ จึงเลือกทำแบบ Single ไป เพราะไม่อยากจ่ายเงินล่วงหน้า และการไปโออิตะแต่ละครั้ง ก็เหมือนการไปเดินเที่ยวกลายๆ อยู่แล้ว (เพราะเบ็ปปุไม่มีอะไรให้เดิน) เลยไม่มีปัญหาอะไร แต่หากใครกลับไทยบ่อยกว่านั้น แนะนำให้ทำแบบ Multiple ไปเลยครับ คุ้มกว่าแน่นอน

 

ป.ล.ตู้ UFO Catcher ที่โออิตะ มีของยั่วยวนจริงๆ แต่ให้ตายก็คีบไม่ขึ้นหรอก...

ป.ล.2 เดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่หนาวมากๆ ถึงที่นี่หิมะจะไม่ตกแล้ว แต่ลม+อากาศหนาวก็ยังไม่ลดลงเลย... ที่รอขึ้นรถบัสใน APU เลยมีห้องกันลมให้เข้าไปรอด้วย ช่วยได้เยอะ... แต่ดันเปิดรูรับลมด้านบนไว้ ไอ้เราก็ตัวสูง หัวโดนลมพัดหนาวเลย -*-

ป.ล.3 ตอนเดินหากองตรวจคนเข้าเมืองนี่ โดนดักควายมากๆ ป้ายข้างในไม่โดดเด่นซักนิด เลยเดินวนข้างนอกอยู่ตั้งนานนม T__T

2010/Jan/23

 รู้สึกไม่ได้อัพบล็อกนาน เพราะไม่รู้จะอัพอะไร ก็เอาเรื่องนี้แหละ 111 ข้อที่พบหลังมา APU ก็เป็นซีรี่ย์การบ่นเรื่องที่เราพบเจอตามเคย ต่อจาก  111 ข้อที่พบหลังมา APU (1) ใครสนใจก็เชิญอ่านได้ครับ

最近うpしてないので、とりあえずこのエントリーを書いておきます。APUに来てから見つけた、考えたことについての第2弾です。ついったーみたいなつぶやきっぽくなっているかな?


Osechi Ryouri อาหารปีใหม่ที่ทำและทานกับ พี่เจล&ช้าง และ พี่เมย์
  1. ยาสีฟันญี่ปุ่นเหลวกว่าของไทย ใช้แรกๆ จะรู้สึกแปลกๆ
  2. ตู้เย็นของห้องแชร์ใหญ่กว่าห้องเดี่ยว
  3. ไมโลที่นี่เรียกมิโล
  4. ที่นี่ก็มีรับน้องในหมู่คนไทยด้วยกันเหมือนกัน สนุกๆ ได้ข้อคิด
  5. แต่รุ่นน้องบางคนกลับอายุมากกว่ารุ่นพี่ซะงั้น
  6. APU ไม่ได้มีนักเรียนจากกว่า 70 ประเทศมาเรียนอยู่ตลอดเวลาหรอก
  7. เพราะมีนักเรียนจำนวนมากอยู่ในโครงการแลกเปลี่ยน มาครึ่งปี ปีเดียวก็กลับ
  8. ชาติที่มีนักเรียนเยอะที่สุดที่นี่คือญี่ปุ่น (แหง) ประมาณครึ่งหนึ่งของนักเรียนทั้งหมด
  9. สำหรับชาวต่างชาติคือจีน เกาหลี ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย (ไม่เรียงลำดับ) ฝรั่งมีแต่ก็น้อยกว่าชาวเอเชียเยอะ
  10. อาจารย์ที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ มีฝรั่งแท้ไม่เยอะนัก
  11. หลายท่านสำเนียงดี แต่หลายท่านก็ไม่
  12. โดยเฉพาะเมื่อเจออาจารย์ญี่ปุ่นที่มาสอนเป็นภาษาอังกฤษบางท่าน เจอมาหนึ่งคลาส เป็นงง
  13. อ.ท่านที่ว่า พูดประมาณว่าเอาภาษาอังกฤษมาเขียนเป็นคาตาคานะแล้วออกเสียงตามนั้น ตย. Introduction -> イントロダックション, don't -> ドント
  14. ตะกร้าอาบน้ำ ตะกร้าซักผ้า เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรีบซื้อหลังมา
  15. เช่นเดียวกับหมอน เพราะหมอนที่มีให้มันกะหลั่วมาก (ของเราเอาหมอนสุญญากาศมาจากไทย)
  16. ร้านเบ็ปปุวังซึ่งอยู่บนเนินเขาติดกับมหา'ลัย ร้านนั้นอาหารแพงกว่าของโรงอาหารสองเท่า แถมไม่ได้อร่อยกว่ากันมากนักด้วย
  17. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคือเพื่อนรักยามดึก
  18. น้ำก๊อกดื่มได้
  19. ลุงขายข้าวสารวันพุธ มีการแถมลูกอมด้วย...
  20. ผลไม้ที่ป้าเอามาขายวันศุกร์ถูกสุดแล้ว ซื้อประจำมีลดให้ด้วย
  21. ลูกท้ออร่อยเหาะ
  22. ของที่ควรซื้อจากร้านร้อยเยน : จานชามช้อนส้อมแก้วน้ำ ตะกร้า ถังน้ำ<ห้องแชร์> ขวดใส่สบู่เหลว/ยาสระผม ถาด ไม้แขวนเสื้อ ไม้หนีบ ปลั๊กขยาย บอร์ดแม่เหล็ก (ไว้เขียนแปะที่ประตูห้อง) ฟองน้ำล้างจาน กล่องพลาสติกใส่อาหาร ถุงสุญญากาศ อุปกรณ์ทำครัว สลิปเปอร์ ฯลฯ
  23. ของที่ควรซื้อจากHI Hirose Home Center : ยาสีฟัน ทิชชู่ กระดาษชำระ สบู่/แชมพูแบบรีฟิล น้ำยาล้างจาน ผ้าเช็ดโต๊ะ ผงซักฟอก กระทะ หม้อ ฯลฯ
  24. แปรงสีฟันร้านร้อยเยนสอง-สาม-สี่ด้ามร้อยเยน ถูกได้ใจ
  25. คุณภาพห่วยได้โล่เช่นกัน แปรงแล้วเจ็บเหงือก
  26. อนึ่ง ของจากร้านร้อยเยนไม่ได้ถูกกว่าเสมอไป
  27. ของกิน เครื่องปรุงแทบทุกประเภทควรซื้อที่ Shoku no Kura ร้านขายสินค้าบริโภค ตรงข้ามกับ HI Hirose Homecenter
  28. แต่ร้าน Cosmos Drug Store ก็มีขายของบริโภคเช่นกัน ว่ากันว่าถูกที่สุดแล้ว
  29. ผลไม้กระป๋องถูกกว่าผลไม้สดซะอีก
  30. แต่อาจหวานเลี่ยน
  31. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรซื้อไว้เป็นของตัวเองคือหม้อหุงข้าว
  32. เพราะมันทำอาหารได้ครอบจักรวาล!
  33. แต่หลายคนก็ใช้วิธียืมกันไปยืมกันมาอยู่
  34. อนึ่ง หากยังไม่รีบก็รอดูประกาศตรงแถวล็อบบี้ได้ มักจะมีคนเอามาขายมือสองถูกๆ
  35. กาต้มน้ำคือความสะดวกในการชงกาแฟและทำมาม่ากินตอนกลางคืน
  36. แต่ใช้ของส่วนกลางก็ไม่มีปัญหา
  37. ไมโครเวฟส่วนกลางคือสิ่งที่ผู้คนชอบใช้มาก จนมีกลิ่นตุๆ ประจำ
  38. คำเตือน จะเวฟแกงกะหรี่สำเร็จรูป ต้องเทใส่ชาม แล้วห่อพลาสติกก่อนเวฟ ไม่งั้นบึ้มเต็มเครื่อง (เคยทำมาแล้ว)
  39. ทำเลอะแล้วเช็ดด้วยล่ะ...
  40. ผงซักฟอกกล่องฟ้าๆ ที่ขายใน COOP (ร้านสหกรณ์) ขนาดหนึ่งกก. ได้รับความนิยมสูงมาก
  41. อย่าหาเรื่องเจ็บตัวในญี่ปุ่น ถ้าได้ไปโรงพยาบาลแล้วจะช็อคกับค่ารักษา
  42. สมัครสมาชิก COOP ไว้ ได้ประโยชน์มาก โดยเฉพาะตอนซื้อหนังสือเรียน (ลด10%) ค่าสมัครก็ได้คืนตอนเรียนจบด้วย
  43. มีบัตรสมาชิกซึ่งเป็นบัตรpre-paid ใช้เติมเงินซื้อข้าวโรงอาหาร+สินค้าได้ สะดวกดี
  44. แถมยังได้พอยนต์ตั้ง 1% ของมูลค่าสินค้าที่ซื้ออีกแน่ะ
  45. สั่งหนังสือกับ COOP ได้ ลด 10% ด้วย
  46. แต่เวลารอหนังสือมาถึงร้านนี่ไม่แน่นอนซักนิด
  47. บอกรับนิตยสารกับ COOP ก็ได้ด้วย ลด 10% เช่นกัน แต่มาช้ากว่าวันวางจำหน่ายสองสามวัน
  48. ประตูทางเข้าหอต้องใช้บัตรนักเรียนรูดเปิด
  49. ทำให้ช่วงที่มาแรกๆ ยังไม่ได้บัตร ต้องเรียกเจ้าหน้าที่ให้ช่วยเปิดประจำ
  50. ประตูทางเข้าหอด้านที่พัก (ทางเข้าปีก R L W E น่ะ) แรกๆ เปิดได้เลย แต่ตั้งแต่วันที่แจกบัตรนักเรียนจะล็อค ต้องรูดบัตร
  51. และเราก็ดันเสร่อพยายามเปิดประตูแล้วยืนงงว่าทำไมเปิดไม่ได้อยู่ตั้ง นาน
  52. การทำอาหารกินเองเป็นสิ่งที่น่าเบื่อมาก
  53. โดยเฉพาะเมื่อต้องทำกินมันแทบทุกมื้อตอนปิดเทอมเพราะขี้เกียจเดินไปโรงอาหาร
  54. การกินอาหารที่โรงอาหาร แพงกว่าทำกินเองสองสามเท่า
  55. อนึ่ง ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เอามาทำด้วย
  56. ตอนเช้า ถึงประมาณเก้าโมง โรงอาหารจะมีเมนูมื้อเช้า จานเล็กๆ จานละ 40 เยน และข้าวให้ตักเอง คิดราคาตามปกติ แต่ตักพูนๆ ได้
  57. และ สามารถเนียนตักข้าวนั้นใส่กล่องตัวเองเก็บกลับได้ด้วย...
  58. ข้าวแกงกะหรี่ไซส์ L 280 เยน ปริมาณเยอะได้ใจ และก็ไร้ซึ่งคุณค่าทางอาหารเช่นกัน
  59. ปลาซาบะชิ้นละ 140 เยน อร่อยจริงๆ
  60. ผู้ที่เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ Foundation 1 เทอมแรกจะพบกับนรกภาษาญี่ปุ่น 12 คาบ คาบละ 95 นาที ต่อสัปดาห์
  61. ส่วนผู้ที่เริ่มเรียนที่ระดับ Foundation 3 เป็นต้นไป จะเรียน 4 คาบต่อสัปดาห์
  62. ทำให้เทอมแรกต้องเอาหน่วยกิตที่เหลือไปลงวิชาพื้นฐานอื่นๆ ซึ่งอาจไม่มีวิชาที่อยากเรียนนัก
  63. นั่นทำให้เราลงเรียนเลขไปสามตัว จะบ้าตาย  数学大嫌いっていうの に。。。
  64. อนึ่ง หากเรียนสายวิทย์มาแนะนำให้ลง เนื้อหาม.ปลายเป็นส่วนใหญ่
  65. เวลาเจ้าหน้าที่ขออนุญาตเข้าห้อง (มาเช็คตัวจับควัน, เปลี่ยนฟิลเตอร์แอร์) จะมีเสียงเคาะประตูที่ดังเป็นเอกลักษณ์มาก เคาะแต่ละห้องดังไปทั้งชั้น
  66. การอยู่บนเขา ก็เหมือนการถูกกักขัง ไม่มีที่ให้ไป ร้านอาหารก็มีแต่โรงอาหารเดิมๆ...
  67. ที่เบ็ปปุ มีทั้งอากิบะและโอซาก้าอยู่รวมกันนะจะบอกให้~ (ชื่อเขต...)
  68. Facebook คือ Social Network ที่ชาว APU ใช้กันมากที่สุด มีไว้ซะ
  69. ความจริงอันโหดร้าย พบได้หลังใช้ Carpet Roller กลิ้งไปบนพรมห้อง เศษผมเศษฝุ่นเพียบ
  70. ลี คือเซลส์ขายมือถือซอฟต์แบงค์ชาวจีน และรับขนของเถื่อน <ขนของย้ายบ้าน> ด้วย
  71. การแนะนำตัว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมากๆ เตรียมบทแนะนำทั้งไทยและเทศไว้จะเป็นการดี
  72. รู้หรือไม่ว่าชาวญี่ปุ่นส่วนมากเข้ามหาวิทยาลัยในปีที่อายุ 19 ในขณะที่ไทยเข้าในปีที่อายุ 18 หากใครเข้ามาในปีที่อายุ 18 ภูมิใจในความเป็นเด็กได้เลย 555
  73. นักเรียนที่เข้าเรียนเทอม Fall อาจได้สนิทกับชาวจีนมากกว่าชาวญี่ปุ่น เพราะชาวจีนเข้าเรียน Fall มาก ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นเข้า Spring
  74. หน้าหนาว AP House จะเปิดฮีทเตอร์ในวันที่หนาวจริงๆ เท่านั้น อาจต้องหาซื้อฮีทเตอร์มาใช้เอง ถ้าขี้หนาว
  75. แต่สามารถเปิดคอม PS3 Xbox360 หรืออะไรก็ได้ให้อุ่นได้ ไม่ต้องเกรงใจค่าไฟ
  76. อนึ่ง ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเรียก Xbox360 ว่า Kuso-bako (แปลเอง)
  77. วันที่อากาศหนาวมากๆ จะไม่อยากอาบน้ำ
  78. เทคนิคการอาบน้ำในหน้าหนาวคือ เปิดน้ำฝักบัวทิ้งไว้ให้อุ่นก่อน ระหว่างนั้นก็ถอดเสื้อไป อาบเสร็จอย่าเพิ่งปิด เปิดร้อนสุด ยิงใส่ผนังทิ้งไว้ จะได้อุ่นตอนเช็ดตัว, เปลี่ยนเสื้อ
  79. บน APU ก็มีหิมะตก แถมหนักซะด้วย
  80. หากหิมะตกหนักจนรถบัสขึ้นมาบนมหา'ลัยไม่ได้ จะมีการหยุดเรียนกันสบายๆ <แต่อาจมี make-up class>
  81. แต่หิมะหนัก ยังไม่สู้ฝนหนักและลมแรง
  82. เพราะร่มจะหักกันเกลื่อน แถมยังเปียกอีกต่างหาก
  83. ระบบเดาคำของมือถือญี่ปุ่นเทพมาก
  84. ทำให้คนญี่ปุ่นส่งเมลกันสะดวก แถมประหยัดกว่าโทรเยอะ
  85. อนึ่ง ไอโฟนเป็นข้อยกเว้น เดาคำสู้ไม่ได้เลย
  86. หากเรียกที่อยู่ใครว่า "บ้าน" แปลว่าอยู่หอพักข้างล่าง หากเรียกว่า "ห้อง" แปลว่าอยู่บน AP House
  87. ลือกันว่าถ้าแตะน้ำในน้ำพุกลางมหาวิทยาลัย จะไม่สามารถเรียนจบโดยสวัสดิภาพ
  88. 1seg คือระบบดูทีวีบนมือถือของญี่ปุ่น เหมือนจะเป็นระบบที่ทุกคนต้องการมาก แต่เอาเข้าจริงก็แทบไม่ได้ดูกัน
  89. ทีวีดิจิตอลของญี่ปุ่น ชัดแจ๋ว!
  90. แต่อย่าหวังว่ารายการทีวีในโออิตะจะมีอนิเมะให้ดูเลย อยากดูก็ย้ายลงไปติดเคเบิลทีวีเอาเอง...
  91. ตู้ ATM บนมหา'ลัย มีทั้งหมดสามตู้ JP Bank 1 ตู้ Oita Mirai Shinkin 2 ตู้
  92. ตู้ JP Bank ฝาก ถอน โอนเงิน ได้หมด และถ้าจะกดเงินจากบัตร ATM ที่มีสัญลักษณ์ Visa ที่เอามาจากไทย ก็ต้องกดตู้นี้
  93. ตู้ Oita Mirai Shinkin ตู้ที่หนึ่ง อยู่หน้าโรงอาหาร คู่กับ JP Bank ใช้ฝากเงินไม่ได้ โปรดระวัง
  94. อีกตู้อยู่ด้านขวาของห้องสมุด ดูทึมๆ หน่อย ใช้ฝากถอนได้
  95. เปิดบัญชีกับ JP Bank ไว้ ใช้ได้ทั่วประเทศ ประโยชน์มหาศาล (เช่นทำบัตรเครดิต)
  96. จำเป็นต้องใช้ Mirai Shinkin เพราะการจ่ายเงินค่าหอและประกันสุขภาพทำผ่านบัญชีธนาคารนี้ รวมถึงค่าทำงานพิเศษใน APU ก็รับผ่านบัญชีนี้ด้วย
  97. อาหารแช่แข็งฮิโรเสะ ลด50%ตลอดกาล
  98. เรียน APU ความรู้วิชาการอาจไม่แน่นนัก แต่กิจกรรมเยอะ
  99. ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าตัวเองจะเข้าร่วมขนาดไหนนะ
  100. ชาว AP House สามารถเข้าร่วมกิจกรรม AP Kitchen กินของฟรีได้ / AP Cinema ดูหนังกินขนมฟรี และกิจกรรมอื่นๆ ของหอพักมากมาย ตามประกาศตามสาย
  101. 3G ญี่ปุ่น อย่าไปคิดว่ามันเร็วมาก โดนจำกัดแบนด์วิธจะตายชัก
  102. อนึ่ง ห้ามต่อเป็นโมเด็มคอมฯ เด็ดขาด ถ้าไม่ใช่บริษัท/โปรฯ ที่อนุญาต
  103. ส้ม กล้วย แอปเปิล คือผลไม้ที่ราคาไม่แพงและหากินง่ายสุด กินกันให้เอียนได้เลย
  104. ส่วนแตงโมก็แพงเหลือเกิน ชิ้น 1/6 ลูก 298-398 เยน
  105. การซื้อหนังสือและเกมมือสอง เป็นเรื่องที่น่าทำในญี่ปุ่น
  106. เพราะของส่วนมากสภาพดีมาก และถูกด้วย
  107. แต่ราคาขายมือสองก็ต่ำตามๆ กัน ยกเว้นเกมใหม่เอี่ยม
  108. อนึ่ง ร้าน Book Market อยู่แถว Harukigawa (春木川)มักจะมีสินค้าหลากหลายและถูกกว่า Book Off
  109. จะซื้อขายหนังสือหรือเกมมือสอง ก็ทำบัตรสมาชิกไว้ซะล่ะ ได้แต้มสะสมคุ้ม
  110. ถุงพลาสติก COOP สามารถนำมาใช้เป็นถุงขยะ หรือถุงตอนช็อปปิ้งได้ดี เพราะแจกฟรี
  111. สาวกโหลดบิต ควรเช่า COLO Inter จากไทยไว้ เพราะ AP House และบน APU โหลดบิตไม่ได้ < ณ เวลา ที่เขียนเอ็นทรี่>


ป.ล. อีกประมาณสิบวันก็สอบปลายภาคแล้ว งานท่วมหัว!!! สอบเสร็จก็เตรียมย้ายบ้าน ใกล้ลาจาก AP House แล้วสิเนี่ย
ป.ล.2 แฟนซับเรลกันก็ยังทำอยู่เหมือนเดิม เนื้อเรื่องครึ่งหลังเป็นออริจินัลละ ก็สนุกไปอีกแบบ ^^



Chuy (ชุย)
View full profile