2008/Nov/02

 日本語で書くのは無理なので、ご承知を。

 สำหรับข้อมูลของมหาวิทยาลัยAPU ให้เข้าไปที่ http://www.apu-thailand.com/ นะครับ

  เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยได้เปิดรับสมัครสอบชิงทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ทุกปี ผมจึงเห็นว่าน่าจะมีคนสนใจและหาข้อมูลอยู่พอสมควร ก็จะขอเอาข้อมูลส่วนที่เกี่ยวกับการสอบเท่าที่ผมรู้และสัมผัสมามาลงไว้ในเอ็นทรี่นี้นะครับ

 สำหรับการสอบชิงทุนนั้น ก็จะมีสองภาคคือSpring กับFall ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะเปิดรับสมัครภาคFall2009แล้ว มีคณะให้เลือกสองคณะคือ APM (College of Asia Pasific Management) กับ APS (College of Asia Pacific Studies) และก็มีอีกโปรแกรมหนึ่งที่จะเรียนวิชาในคณะคู่กับโปรแกรมที่เราเลือก รายละเอียดลองเข้าไปดูที่ http://www.apu.ac.jp หัวข้อ Undergraduate นะครับ

 สำหรับทุนที่ให้ซึ่งผมกำลังพูดถึงอยู่นี้ เป็นทุนให้เปล่าระดับปริญญาตรี4ปี มี100% , 80% , 65%, 50% แล้วก็30%ครับ

 สิ่งสำคัญที่ต้องทำในการสอบชิงทุนขั้นต้นก็คือ (เอกสารทุกอย่างภาษาอังกฤษหมดนะครับ)

1) ส่งTranscript ม.ปลาย (ถ้าเรียนม.6อยู่ก็ของม.4,ม.5) GPA3.0ขึ้นไป
2) เขียนเรียงความภาษาอังกฤษ
3) ส่งPortfolio ภาษาอังกฤษ/แนบคำแปล มีข้อแนะนำอยู่ในจดหมายที่ทางสนง.ประสานงานจะส่งให้ครับ
4) ไปรับการทดสอบภาษาอังกฤษในวันที่กำหนด
5) ส่งจดหมายรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียน
6) ส่งจดหมายรับรองที่เขียนโดยอาจารย์ในโรงเรียน

 ผมไม่รู้เรื่องการคิดคะแนน ก็เลยบอกอะไรมากไม่ได้ ก็จะมีคำแนะนำเรื่องการทดสอบภาษาอังกฤษ คือเหมือนสอบTOEFL ซึ่งต้องได้คะแนน500คะแนนขึ้นไป จะลองวัดตัวเองได้ง่ายๆ เสียเงินไม่มากนักด้วยการสอบCU-TEP ถ้าได้เกิน500ก็มั่นใจได้ว่ามีโอกาสผ่านสูงแล้วล่ะครับ แนะนำให้สอบไว้ก่อน เพราะต้องมีคะแนนสอบที่เป็นมาตรฐานไว้อ้างอิงในใบสมัครครับ

 เรื่องพอร์ท ผมแนะนำไม่ค่อยได้เพราะหลังทำพอร์ทเสร็จไม่กี่วัน ฮาร์ดดิสก์ก็พังทันที ไม่ได้ถ่ายเอกสารเก็บไว้เพราะคิดว่ามีไฟล์อยู่ เลยลืมรายละเอียดส่วนใหญ่ไปแล้ว หลักๆ ก็คือ ต้องมีสรุปรายการเอกสารทั้งหมดที่ใส่ไปด้วย เอกสารที่ผมส่งไปก็มีพวกเกียรติบัตร (พิมพ์คำแปลไว้ใต้เกียรติบัตรนั้นๆ) ประกาศนียบัตรการผ่านการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น+คะแนน งานแปลภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดที่เคยทำ (ตัดภาพมาพิมพ์ แล้วแนบแผ่นDVDไป) ฯลฯ แต่จริงๆ แล้ว ทุนนี้ไม่ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นเลยก็สอบได้ครับ ไม่เสียเปรียบ

 ทีนี้ เรื่องที่ลำบากที่สุดสำหรับหลายคนเห็นจะเป็นการเขียนEssayภาษาอังกฤษ(ห้ามพิมพ์) สำหรับEssayขั้นต้น หัวข้อคือ Study in Japanese University ความยาว 1000-1200คำ หัวข้อย่อยที่แนะนำมาให้มีดังนี้

1. Why I am interested in Japan.
2. In your opinion, what make Japan different from other countries as a place to further your study.
3. Why I am interested in applying for APU.
4. Why I select (คณะที่เลือก).
5. My career plans and my goals after graduation from APU.

 คำแนะนำในการเขียนEssayของผมคือ ให้เขียนด้วยตนเองให้เต็มที่เท่าที่ทำได้ แล้วไปรบกวนอาจารย์ช่วยแก้และเพิ่มเติมให้ครับ ต้องเผื่อเวลาเยอะๆ ให้อาจารย์ด้วย ปรึกษาอาจารย์มากๆ ก็จะออกมาดีได้ครับ ไม่ควรให้คนอื่นเขียนให้อย่างยิ่ง เพราะผมเชื่อว่า ถ้าเขียนแค่นี้เองไม่ได้ ไปเรียนก็เรียนไม่ไหวหรอกครับ

 หากผ่านการทดสอบขั้นต้น ก็จะได้รับแจ้งผลว่า ผ่าน แล้วต้องเขียนใบสมัคร+Essay อีกสองชิ้น(พิมพ์ได้)เพื่อส่งไปให้ทางญี่ปุ่นพิจารณา คือ Application Essay กับ APU Scholarship Application จำนวนคำของแต่ละชิ้นคือ 600-800คำ สำหรับEssayแรก ต้องเขียนเกี่ยวกับสาเหตุที่ต้องการเรียนที่APU , อธิบายประสบการณ์ในอดีตที่ภูมิใจ และจะนำประสบการณ์นั้นมาใช้ที่APUอย่างไร ส่วนอีกอันหนึ่งคือ จะปฏิบัติตนด้านการเรียน+ใช้ชีวิตอย่างไรในฐานะนักเรียนทุน, สิ่งที่จะทำหลังเรียนจบ+จะอุทิศตนแก่สังคมนานาชาติอย่างไร

 การเขียนEssayอีกสองชิ้นนั้น ถือว่าง่ายกว่าอันแรกเล็กน้อย เพราะจะใช้ข้อมูลเดิมมาเขียนได้ค่อนข้างมาก แต่มันก็ทำให้รู้สึกเบื่อมากเช่นกัน เพราะต้องเขียนซ้ำๆ กัน...

 เมื่อส่งใบสมัครจริงและเอกสารอื่นๆ เสร็จ ก็รอผลการพิจารณาทุน อย่างของผม สมัครเข้าเรียนเทอมSpring 2009 ก็รู้ผลตอนปลายเดือนกันยายน จากนั้นก็รอเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า ฯลฯ จากมหาวิทยาลัย ผมได้กลางเดือนต.ค. ก็ต้องเตรียม+แปลเอกสารอีกพอสมควร

 

 เข้าประเด็นหลักตามหัวข้อของเอ็นทรี่นี้...  เรื่องEssay ผมจะเอาเรียงความที่ผมเขียนทั้งหมดมาใส่ไว้ที่นี่ เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับผู้ที่จะสมัครสอบนะครับ แน่นอนว่ามันไม่ดีเลิศ อาจจะห่วยด้วยซ้ำไป แต่ก็คิดว่าน่าจะพอให้ไอเดียดีๆ ได้บ้าง แต่ขอให้ดูแค่เป็นแบบอย่างนะครับ อย่ายกไปใช้ทั้งดุ้น งานอย่างนี้ไม่เขียนเองไม่ภูมิใจหรอกครับ... อ้อ เรียงความทั้งหมดนี้ผมขอให้อาจารย์ท่านหนึ่งช่วยตรวจแก้ให้มาตลอดด้วย ผมต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ท่านนั้นมากๆ จริงๆ

*อาจมีพิมพ์ตกหล่นบ้าง เพราะพิมพ์ลอกมาจากใบที่เขียนอีกทีอย่างเร็วๆ ขออภัยด้วยครับ

 

ปล.ตอนนี้(1/11/2008) ส่งเอกสารขอCertificate of Eligibilityไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็รอทางนั้นส่ง Certificateมาให้อย่างเดียวละ... (อีกเป็นเดือน...)
ปล.2 ถ้ามีรุ่นพี่APUผ่านมาก็ช่วยให้คำแนะนำด้วยนะครับ ผมก็อยากรู้เรื่องชีวิตในมหา'ลัยด้วย ^^

 

 はぁ~ちょっと真剣なことはもう語っちゃったけど、まだまだくだらないことが多いんですね。何の風が吹いたかわからないけど、今日から(いや、昨日からだろう)中国語を改めて勉強し始めた。NDSでの勉強は悪くないなぁ。それに、漢字をたくさん覚えてきたおかげで、中国語基本文型の文字を覚えるのが楽だったが、やっぱり意味しか分からなくて、読めないんだ。発音は難しいし、ピンインだって書こうとしても書けない。むしろ、読めないともいえるかな。とにかく、しばらく勉強してみようと思っている。今度だめだったら、完全に諦めよう。。。(言ってたっけ、僕は一度中国語を勉強したことがあるのって。途中で諦めちゃったけど。)

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เขียนเจ๋งอ่ะ มีหลักการดี เรางี้เขียนบอกไปเรียนไปเล่น อิอิ แล้วปีนี้มีคนได้ทุนร้อยเต็ม กี่คนเนี่ย??
#1  by  หนู (125.24.212.202) At 2008-12-01 19:06, 
หวัดดีค่ะ คือพอดีผ่านมาเจอโดยบังเอิญ ได้อ่านเรียงความของพี่แล้ว เขียนดีมากๆเลยค่ะ อยากหาข้อมูลเตรียมไว้สมัครปีหน้าบ้าง หนูเองก็อยากเรียนคณะควบอ่าค่ะ APM - CAP แต่หนูยังงงๆ เกี่ยวกับวิชาเรียนน่ะค่ะ ว่า เมเจอร์ที่เค้าให้มาอย่างใน APM เนี่ย คือให้เราเลือกเรียน 1 เมเจอร์ เช่น Marketing อันเดียวใช่ป่ะคะ

แล้วถ้าเรียนควบ 2 คณะ หนูสนใจ information and communication technology อ่าค่ะ อยาทราบเนื้อหาการเรียนว่ามันจะเป็นแนวยังไง ประมาณพวกวิศวะคอม ที่ต้องใช้คณิตกับฟิสิกส์แรงๆ ป่ะคะ
#2  by  พิณ (117.47.104.190) At 2009-01-17 20:47, 
โทษทีค่ะ กดปุ่มเอนเทอร์พลาดไป แหหะๆๆ

คือถ้าเรียนควบเนี่ย เราจะเรียนเมเจอร์ของ APM แค่ ปี1ปีเดียว แล้วจากนั้น 3ปีที่เหลือเรียน ICT หมดอย่างงั้นหรอคะ อ่านในระเบียบการแล้วงงๆอยู่

angry smile
#3  by  พิณ (117.47.104.190) At 2009-01-17 20:50, 
ผมก็ยังไม่ได้ไปอะนะ เรื่องระบบการเรียนยังไม่แน่ใจเท่าไร แต่เท่าที่รู้คือ CAP จะเริ่มเรียนปีสอง จำกัดหน่วยกิตให้ไม่ต่ำกว่าเท่าไรไม่รู้ ลืม (น่าจะราวครึ่งๆ) ส่วนที่เหลือก็เอาไปลงวิชาในเมเจอร์,เลือกเสรี
เลือกเรียนเมเจอร์กับเนื้อหานี่ยังไม่รู้จริงๆ คิดว่าตอนปฐมนิเทศคงได้รู้มั้ง >_< แต่ที่คิดๆไว้ ICTก็คงไม่ใช้เลขกับฟิสิกส์หนักนักหรอก เพราะนี่ไม่ใช่มหา'ลัยสายวิทย์เป็นหลักนี่ (ถ้าใช้ผมก็คงดับ...)
#4  by  Chuy At 2009-01-17 23:36, 
เอ....แล้วจะเลือกไอซีทีดีมั้ยน้า กลัวว่าถ้าต้องใช้สองวิชานั้นเยอะมากๆ ตายแน่ๆเลย เพราะหนูก็ไม่ใช่เด็กวิทย์sad smile
#5  by  พิณ (222.123.98.181) At 2009-01-18 17:14, 
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลและคำเเนะนำทั้งหมด มีประโยชนืกับผมมากทีเดียว

ผมอยากทราบว่าสรุปการทดสอบภาษาอังกฤษนี่เป็นแบบ TOELF/IELTs or CU-Tep กันแน่ เพราะเนื้อหาและรูปแบบการสอบต่างกัน ผมจะได้เตรียมตัวถูก เพราะในIELT ผมไม่ชำนาญทักษะการฟังเท่าไหร่ โดยเฉพาะตรงเตมคำในช่องว่างได้ไม่เกินสามคำ Note-taking ไม่ทันตรงนั้นsad smile
#6  by  wood (125.24.51.113) At 2009-01-20 20:23, 
ตามที่บอกมาคือ แบบTOEFLครับ แต่ผมเคยสอบแค่CU-TEP คิดว่าเหมือนๆกันนะครับ แต่เสียงการฟังอู้อี้แล้วก็เร็วกว่าcuหน่อย
#7  by  Chuy At 2009-01-21 20:19, 
อ่องั้นรึครับ ขอบคุณครับ เอ.. ถ้าเป็นIELTs นี่ใช้ได้ไหมครับ

#8  by  wood (113.53.28.243) At 2009-01-22 20:31, 
คือว่าตามจริงแล้วตอนนี้ผมอยู่ม.5 แต่หลังเดือนมีนาผมก็จะจบม.5 แล้ว อยากทราบว่า ผมสามารถสมัครในเดือน มิถุนา นี้ ได้ไหมครับ ผมจะได้เครียมตัวไว้ตอนนี้เลย แตผมว่าน่าจะได้นะฮะ
#9  by  wood (113.53.28.243) At 2009-01-22 20:39, 
คุณชุยครับ ผมจะสามารถหาใบสมัครสอบชิงทุนได้ที่ไหนครับ
#10  by  wood (125.24.94.9) At 2009-01-24 16:23, 
IELTsก็ได้ครับ ขอแค่เป็นการสอบที่มีมาตรฐานก็พอ หรือสำหรับคนที่ไม่ได้สอบไว้ ก็ให้อาจารย์ที่โรงเรียนประเมินคะแนนให้ก็ได้ครับ แต่ผมคิดว่าจะยุ่งยากกว่านะ

การสมัคร ให้เข้าไปที่ http://www.apu-thailand.com/ นะครับ เลือก about application แล้วส่งรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวที่เขาบอกไปทางe-mailในนั้น แจ้งด้วยว่าจะขอสมัครชิงทุน จากนั้นเขาจะส่งเอกสารมาให้ที่ที่อยู่เรา (อาจมีให้ส่งเมลยืนยันก่อนอีกที) แล้วก็ทำตามเอกสารนั้นครับ
จบม.5แล้ว พอขึ้นม.6ก็สมัครสอบเดือนมิ.ย.ได้เลยครับ ใช้transcript 4ภาคเรียนยื่นเอา ผมก็ทำแบบนั้น^^ จะได้ไปเรียนเทอมSpring ก็คือ พอจบม.6แล้ว เดือนต่อมาก็ได้ไปเรียนต่อเลย ส่วนผลว่าจะได้ทุนกี่% จะรู้ประมาณปลายเดือนก.ย.-ต้นเดือนต.ค. ครับ
#11  by  Chuy At 2009-01-24 17:54, 
ยังงี้นี่เอง ไชโยยังงี้ผมก็เริ่มเตรียมตัวได้แล้ว ขอบคุณมากครับ ผมจะลองส่งอีเมลไปขอดูนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ
#12  by  wood (125.24.92.102) At 2009-01-24 18:29, 
คุณชุยครับ ในการสมัครนี้จำเป็นไหมครับที่จะต้องเขียน Recommendation ไหมครับ
#13  by  wood (125.24.33.17) At 2009-01-26 21:09, 
ต้องเขียนครับ หาอาจารย์ดีๆสักท่านเขียนให้นะครับ พอสมัครขั้นต้นเสร็จ ก็ต้องให้เขียนอีกรอบในใบสมัครจริงด้วย รบกวนเยอะเลยล่ะ - -'
#14  by  Chuy At 2009-01-30 21:19, 
โอ้--------- มาเล้ยย ไฟกำลังโชกโชน

ขอบคุณก๊าบบบ
#15  by  wood (125.24.26.40) At 2009-01-31 16:09, 
essay นี่เขียนเกิน 1200 ได้มั๊ยครับ หรือ ว่าเอาพอดีๆ
#16  by  wood (125.24.26.40) At 2009-01-31 16:11, 
เกินได้มั้ยนี่ไม่รู้เหมือนกัน แต่ทำตามที่เขาสั่งน่าจะดีกว่านะ sad smile ถ้าอยากรู้จริงๆก็ลองเมล/โทรถามทางสนง.ดูก็ได้ครับ
#17  by  Chuy At 2009-01-31 18:25, 
สวัสดีค่ะ คือว่า ถ้าอยากสอบทุนapuแต่ไม่รู้เรื่องภาษาญี่ปุ่นเลยจะได้มั้ยคะ ภาษาอังกิดก็ไม่ค่อยแข็งแรง แล้วต้องส่งผลการสอบโทเฟวอย่างเดียวมั้ยคะ คือว่า ถ้าเคยไปสอบโทอิค จะใช้คะแนนจากโทอิคได้มั้ยคะ ถ้าได้ ควรได้คะแนนประมาณเท่าไหร่จึงจะผ่านอ่าคะ ขอบคุณนะคะ
#18  by  siisaiizz (118.173.142.122) At 2009-08-02 10:27, 
เธอ ติดต่อกลับมาด้วยนะ


อยากคุย เรื่อง ทุน มาก มาก เลย
เราเรียน มนุดอิ้ง เกษตร
รบกวนด้วยนะ
#19  by  คริส (58.8.144.248) At 2009-09-21 21:45, 

<< Home


Chuy (ชุย)
View full profile