2009/Feb/06

陸軍予備軍学生キャンプのカウ・チョン・ガイでの5日間の日記 (日本語には訳されていません。)

 วันที่2-6กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 เราได้ไปเข้าค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เขาชนไก่ ผลัดที่26 ปีสามชายมา เป็นค่ายที่เหนื่อยและลำบากมาก แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี

 

 หนึ่งวันก่อนไป

 จัดกระเป๋า เตรียมทุกอย่างพร้อม อุปกรณ์ติดตัวที่ขาดไม่ได้คือ ช้อน กระดาษทิชชูแพ็คเล็ก สมุดบันทึก ปากกา กระเป๋าสตางค์ใส่ถุงพลาสติกกันฝุ่น อุปกรณ์เสริมคือ ลูกอมคลอเร็ท pocketpcใส่ถุงพลาสติกกันฝุ่น ครีมกันแดดหลอดเล็ก ชีทคำศัพท์หนึ่งแผ่น (ที่ไมได้อ่านเลย...)

 

 วันที่หนึ่ง 2ก.พ. (วัน ว)

  4.00น. ตื่นมา แต่งตัว เตรียมพร้อมไปเขาชนไก่ เดินทางไปด้วยแท็กซี่ ทานข้าวในรถ ไปถึงสวนเจ้าเชตุ5.10น. ซื้อหมวกในราคา50บาท เพราะลืมหยิบมาด้วย แล้วก็ซื้อผ้าพันคอ(30) เข้าห้องน้ำเตรียมพร้อม
  5.45น. เรียกรวม เข้าแถว ขึ้นรถ เราเป็นคันที่หก รถธรรมดา (ปีนี้มีรถแอร์ด้วย!!) ระหว่างรอก็หยิบppcมารายงานสถานการณ์ผ่านtwitterอยู่เรื่อยๆ  เสียดายที่ไม่ได้ขึ้นกับพวกโด่งเพราะโดนสั่งให้ขยับไปนั่งแถวหน้าเพราะมีคนโดนเรียกให้ลุกออก...
  6.20น. อยู่ในรถ สิบนาทีต่อมาก็ออกเดินทาง ก็พยายามหลับ แต่หลับไม่ลงเพราะที่แคบ เข่าเลยชนที่นั่งด้านหน้า เจ็บไปหมด ตอนที่รถวิ่งไป ลมก็ัพัดมาตลอด เย็นจนเกือบหนาวเลยล่ะ... รถมีการหยุดให้นศท.คนนึงลงไปเข้าห้องน้ำด้วย ประหลาดดี เพราะปกติไม่มีทางหยุดให้หรอก

  9.12น. ถึงอุทยานประวัติศาสตร์สงคราม9ทัพ พัก ซื้อข้าวเหนียวหมูกิน ฟังการบรรยายในอาคาร มีนศท.ปีสี่หญิงมาด้วย เราเป็นหนึ่งในนศท.ชาย100คนแรกที่ได้ฟังข้างใน ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับเส้นทางป้องกันพม่าตีในสงคราม อะไรพวกนี้ ซึ่งเราไม่สนใจแม้แต่น้อย... ตอนท้ายมีการทำสมาธิให้กรมพระยาบวรมหาสุรสิงหนาทด้วย ที่ประหลาดใจคือผู้บรรยายนี่แหละ พูดเร็ว รัว น้ำเสียงนิ่งเหมือนหุ่นยนต์มากๆ ตอนเราฟังนี่นึกว่าเขาเปิดdvdสอนนะนั่น...
 10.10น. ฟังการบรรยายข้างนอกต่อ นั่งคุย ครูที่พูดนี่พูดเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย=_= (แบบฮาๆน่ะ)
10.40น. กลับขึ้นรถ ไปยังค่ายเขาชนไก่ ทาครีมกันแดดพร้อม ถึงค่ายก็ลงรถ ไปลานทำพิธีเปิดเหมือนปีที่แล้ว ยืน/นั่งตากแดดอยู่ชม.ก็กลับขึ้นรถ

 

 12.10น. วางของที่กองพันปกครองที่32(ที่พัก) แล้วขึ้นรถต่อไปสนามยิงปืน เอาแขนเสื้อลง นั่งรอกลางแจ้ง แดดเปรี้ยงๆ (ได้ข่าวว่าอุณหภูมิ40องศา+) มีการตรวจสมุดโน้ตและปากกา ใครไม่มีก็โดนบังคับให้ซื้อ... ทานข้าวที่เต็มไปด้วยฝุ่นทราย กระดาษทิชชูมีประโยชน์มากในการเช็ดถาดเขรอะๆ...  อาหารก็พอกินได้ รสชาติเหมือนอาหารโรงเรียนที่เต็มไปด้วยฝุ่น (ก็คืออร่อยในระดับหนึ่ง)
13.00น. นั่งรอกลางแจ้ง รอเรียกแถวไปเซ็นชื่อ แถวไหนถ้าเรียกแล้วมาเข้าแถวช้าก็โดนหมอบทันที โชคดีทีเ่รารอดไปได้ ก็ไปนั่งรอเซ็นชื่อ รอจนกว่าจะเสร็จหมดทุกคน ทั้งหมดนี้ทำกลางแดดจ้าตลอด แทบระเหยเลยล่ะ และก็แบ่งชุดยิงปืน ของเรา ชุดยิงที่6 สายยิง16 อ้อ กองพันเราคือกองพันที่32 ฉายา ม้าศึก ม้าศึก คล่องแคล่ว ว่องไว ใจกล้า ม้านักรบ เอี้ย เีอี้ย เอี้ย! (แต่ส่วนใหญ่จะล้อกันว่าเป็นหมาศึก หมานักรบมากกว่า...)

 14.10น. ในที่สุดก็ได้เข้าที่ร่ม (สแลน) ฟังเรื่องการยิงปืน แล้วเป็นเรื่องการใช้ปืนHK-33ต่อ ก่อนยิงก็ ใส่ซองกระสุน ตบคันรั้ง ปลดห้ามไกไปยน. ยิง ยิงเสร็จก็ ห้ามไก ปลดซองกระสุน ดึงคันรั้ง วางปืน ลุกขึ้นนั่ง หลักการยิงก็คือการเล็งศูนย์พอดี ศูนย์นั่งแท่น
 16.00น. ไปฝึกท่ายิงปืน คือท่านอนยิงกับนั่งราบยิง เราได้เป็นคู่ฝึก หน้าที่คือยื่นซองกระสุนให้พลยิง กับคอยรับปลอกกระสุนที่กระเด็นออกมาจากปืน
 16.30น. เดินทางจากสนามยิงปืนกลับกองพัน เป็นการเดินที่ยาวไกลมากๆ


หน้าตายังดูสดชื่น...

 17.05น. ถึงกองพันในที่สุด แบ่งกองร้อย ได้กองร้อยที่สอง หมวดสาม หมู่สี และก็แบ่งเตนท์ที่พัก (เลือกไม่ได้เพราะนั่งตามหมายเลขและโดนจับแบ่งเลย) ได้พักกับพีท (ณัฐภัทร ชัยฯ) ก็ถือว่าโชคดีที่ได้พักกับคนรู้จัก ถึงจะเสียดายที่ไม่ใช่ลิงแดงก็เถอะ>< ตอนนั้นแบตเตอรี่ppcก็เหลือ25% แล้วก็เข้าเน็ตไม่ได้โดยไม่รู้สาเหตุ เลยปิดเก็บไว้เลย
 18.00น. เข้าไปวางของในเตนท์ กินข้าว ได้ซื้อน้ำที่7-11(จริงๆคือร้านค้าที่เมียทหารเอามาเปิดน่ะแหละ) น้ำที่เราดื่มมากที่สุดคือไวตามิลค์ เพราะมันมีประโยชน์ ^^ แล้วเราก็ชอบนมอยู่แล้วด้วยล่ะนะ รองลงมาคือน้ำส้มกรีนสปอต หวานๆเปรี้ยวๆ ชื่นใจดี

  พูดถึงเรื่องการกินอาหาร สงสารพวกหัวหน้าหมวด หัวหน้ากองร้อย หัวหน้ากองพันที่สุดละ เพราะต้องคอยตักอาหารให้ทุกคน แทบไม่มีโอกาสไปซื้อของที่ร้านค้าเลย พวกนี้เป็นคนที่เสียสละสุดๆเลยล่ะ...

 18.50น. รวม มานั่งที่ทีรวมพลของกองพัน ฟังครูฝึก ฟังผู้พันพูดไปเรื่อยๆ ก็สัปหงก เซ็งๆไป เรื่องที่มันพูดๆก็ไม่มีใครอยากรู้หรอก ฟันธงว่ามันจงใจพูดให้ครบเวลา! ประหลาดใจกับหลอดไฟที่เปลี่ยนสีได้!! จากสีขาว อยู่ดีๆก็เป็นสีส้ม แล้วก็ดับ แล้วก็กลับมาสีขาวใหม่!!
 ราว20.00น. ถูกบังคับซื้อเสื้อใน ราคา70บาท จริงๆมีผ้าพันคอ40บาทอีกอย่าง แต่เรามีผ้าพันคอแล้ว เลยไม่ต้องซื้อ  จำเป็นต้องซื้อเพราะ "เป็นนโยบาย ไม่บังคับ แต่ทุกคนต้องมี" สรุปคือยังไงๆก็ต้องจ่ายเงินให้มันสินะ...
 20.30น. เวลาพัก ไปฉี่ ซื้อน้ำดื่ม ก็ยังคงเซ็งที่เล่นเน็ตไม่ได้ (ต่อgprsติด แต่เข้าอะไรไม่ได้เลย) แล้วก็ชาร์จแบตจากเครื่องชาร์จพกพาไม่เข้าด้วย เหมือนกับว่าเครื่องชาร์จมันไม่รู้ว่าppcเรากำลังดึงไฟอยู่ มันเลยตัดการจ่ายไฟอัตโนมัติใน1นาทีตลอด... ตอนหลังเราแก้ปัญหาด้วยการชาร์จคู่กับเครื่องpsp แต่มันก็ทำให้กินไฟเป็นสองเท่า เลยชาร์จได้แค่สองครั้งก็แบตหมดแล้ว T-T
 21.00น. เรียกรวมอีกรอบ และก็กลับเข้าเตนท์ จัดของ เปลี่ยนกกน.,เสื้อใน ดูToaru Majutsu no Indexในpspไปหนึ่งตอน และก็เตรียมนอนราวๆเกือบสี่ทุ่ม ฟังเพลงไปด้วย ก็เป็นอันหมดวันที่หนึ่ง ตอนนอนก็หลับๆ ตื่นๆ หลายเที่ยวเลยล่ะ แต่ที่น่าประหลาดใจคือ ตื่นมากี่ทีๆ ก็ยังมีเสียงคุยจากเตนท์ข้างๆ/รอบๆนี่สิ... ไม่หลับไม่นอนกันรึไงนะ  อ้อ เตนท์เราคือเตนท์B80 อยู่ปลายๆแถว ห่างจากที่รวมพลเยอะทีเดียว

 สิ่งที่เสียเวลาที่สุดในเตนท์ก็คือ การจัดของทั้งหมดที่หยิบออกมา เข้าถุงพลาสติกและยัดลงกระเป๋าให้ได้เหมือนเดิม เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้น รับรองว่าฝุ่นเกาะเต็มแน่นอน... ที่เขาชนไก่แห่งนี้ มีแต่ฝุ่นและทราย ถุงพลาสติกจึงเป็นสุดยอดอุปกรณ์ป้องกันชั้นเลิศ!

 

วันที่สอง 3ก.พ. (วัน ว+1)

 4.00น. ตื่นจากการหลับไหลด้วยมือถือปลุก เปิดgprsพบว่าโหลดฟีดมาอ่านได้ แต่กลับเข้าtwitterไม่ได้... ประหลาดชะมัด ก็แต่งชุดให้เรียบร้อย ใส่คอมแบต เก็บของให้เข้าที่ ออกมารวม
 5.10น. ทานข้าวเช้า ซื้อไก่ปิ้ง เปิดเว็บหอสมุดโหลดทอเรนท์มาเก็บไว้
 6.00น. ออกเดินทางไปสนามยิงปืน ทางเดินไกลเหมือนเดิม แต่คราวนี้มืดด้วย เดินไปนี่แทบมองหมวดข้างหน้าไม่เห็น แต่ประมาณหกโมงยี่สิบก็สว่างขึ้น
 6.40น. ถึงที่ฝึกยิงปืนเมื่อวาน นั่งตามสายยิง รอ ฟังครูฝึกพูดๆ ง่วงแต่ก็หลับไม่ได้ เพราะจะโดนแดก(=ลงโทษ)เอา ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังมาไกลๆ พวกชุดแรกๆเริ่มยิงแล้วนั่นเอง
 8.10น. ย้ายไปนั่งอีกที่หนึ่งใกล้สนามยิงปืน ฟังครูฝึกสอนเทคนิคการปรับการยิง แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำได้หรอก


เตรียมยิงปืน

  8.45น. มาต่อแถวคนยิง นั่งฟังอยู่ข้างหลัง แสบหูเลย เสียงดัง+รัวยังกับปืนกล เพราะยิงพร้อมกัน60กระบอก ถึงจะคนละนัดก็เป็นปืนกลได้... ก็โดนสั่งให้ทวนคำสั่งตลอด จากนั้นก็ไปเป็นคู่ฝึก คอยใส่กระสุนลงปลอก,ใช้ตาข่ายกันปลอกกระสุนที่กระเด็นออก ตอนนั้นหูแทบอื้อ เพราะฟังเสียงปืนจากระยะประชิด พอปืนติดขัดก็ยกมือเรียกครูฝึกมาแก้
 9.30น. ยิง ท่านอนยิง ตอนซ้อมเราทำผิด วางศอกบนกระสอบทราย ดันยิงเข้าตั้ง4จาก5นัด แต่ซ้อมรอบสองโดนครูสั่งให้เอาศอกลง... เป้าสะอาดครับท่าน  พอถึงเวลาิยิงจริง ก็ต้องเอาศอกลง ปรากฏว่าทั้งหมวกเหล็กเกะกะ+แนบหน้าตาลงไม่ถึงศูนย์หลัง (รู้สึกจะจับปืนต่ำไป) ก็เลยทำให้ได้คะแนนทั้งหมด16จาก100... แต่ก็ดีกว่าเป้าสะอาด เพราะถ้าเป้าสะอาดจะต้องไปล้างส้วม ระหว่างยิงนี่แทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย สมาธิไปอยู่กับการเล็งหมด ตอนนอนยิงไม่รู้สึกอะไรเท่าไร แรงถีบพอสมควรแต่กันไว้ได้ แต่นั่งราบยิงนี่ ยิงทีตัวกระตุกตามปืนเลย มันไม่มีพื้นให้รองศอกให้มั่นคง ต้องรองกับเข่า ก็เลยโดนกระแทกหนักกว่า เล่นเอาปวดไหล่ขวาเลยล่ะ... อ้อ ปืนเรานี่ติดขัดไปสามสี่รอบแน่ะ ยิงเสร็จคนท้ายๆเลย
 10.00น. ยิงปืนเสร็จเรียบร้อย มีการตรวจของ ตรวจว่าใครเอาลูกกระสุนติดตัวไปรึเปล่า จากนั้นก็ไปนั่งรอคนครบ เตรียมเดินกลับ โรงเรียนเรามีนัชชี่ยิงปืนได้76คะแนนด้วย ได้ประกาศนียบัตรเลย (แล้วก็มีการล้อไอ้มอยกัน ว่าเป็นนักยิงปืนระดับชาติดันได้ไม่ถึง...)
 10.40น. เดินกลับกองพัน อากาศร้อนได้ที่เลย ก็แก้ร้อนด้วยการเอาน้ำดื่มมาราดผ้าพันคอ ก็ช่วยให้เย็นได้
 11.18น. ถึงกองพัน มีการเรียกตัดผม แต่ของเราเกรียนมาอยู่แล้ว ไม่กังวล
 11.40น. พัก ไปกินข้าว เรากินที่ร้านค้า แล้วก็มานอนพักแถวเนินดินใกล้ห้องน้ำ แต่หลับไม่ค่อยลงเท่าไร ไปถอดเสื้อนอกเก็บ เป็นชุดครึ่งท่อน


เครื่องกีดขวาง,เดินไปขึ้นเขา

 12.50น. รวม ออกเดินไปสถานีที่34 ผ่านเครื่องกีดขวาง ก็เดินๆผ่านเอา ไม่ได้ทำจริงเท่าไร มีบางอันชำรุดอยู่ด้วย
 14.40น. พัก

 
สภาพการเดินขึ้นเขาชนไก่

 15.00น. รวม เตรียมตัวเดินขึ้นเขาชนไก่ แต่ยังไม่ทันขึ้นขาเราก็เริ่มเจ็บๆละ ก็มีพวกแกล้งป่วยออกไปด้วย จากนั้นก็เดินขึ้นไป ทางชันมาก เราก็ได้อัพบล็อกตอนเดินนี่แหละ เหนื่อย เลยต้องหาอะไรทำหน่อย ครูฝึกบอกว่าที่ยอดเขามี7-11ไปเิปิด(7-11=ร้านขายน้ำของทหาร) เดินประมาณ50นาทีก็ถึงยอด และก็พบว่าโดนหลอก! ไม่มีอะไรเลยนอกจากวัดกับพระพุทธรูป แทบทรุดอะ เหอะๆ นั่งพัก ดื่มน้ำในกระติกแก้เซ็ง แล้วก็เดินลง ขาลงก็ไม่ใช่ง่ายๆ นึกว่าจะสบาย ดันเหนื่อยเกือบเท่ากันเลย เพราะต้องค่อยๆลง คอยเบรกเท้าตลอด ไม่งั้นล้ม และเท้าเราก็ไม่ใช่จะฟิตปึ๋งปั๋ง มันเจ็บระบมไปหมดแล้ว เบรกทีก็เจ็บที แต่ถ้าเท้าใครถึกพอแล้ววิ่งลงได้ คงเร็วน่าดูล่ะ...



บนยอด

 16.45น. เดินกลับกองพัน ทีละ150คน (กองพันเรา518คน) ต้องทำตามระเบียบอีกต่างหาก นับก้าว ไม่มีแรงนับละเนี่ย
 17.00น. ถึงกองพัน รีบไปหยิบกกน.ใหม่และเข้าส้วมโดยด่วน =__= มันเป็นปัญหาส่วนตัวของเราน่ะนะ ไม่น่าเล่าเท่าไร สรุปก็คือส่งทุกข์ได้ส่วนหนึ่งและก็รีบแจ้นมาเข้าแถว เกือบไม่ทัน... ขอแอบบอกว่า ยังมีกลิ่นตุๆอยู่เลย 555+
 18.00น. ครูปล่อยให้ไปอาบน้ำ เราแค่ล้างมือแล้วเอาผ้าเย็นมาเช็ดหน้าเช็ดตัวพอ เพราะไม่เลอะเท่าไร เห็นคนอาบน้ำแล้วเหนื่อยใจ ปล่อยให้ไปเป็นหมวด(55คน) หมวดละ5นาที... ห้องน้ำมีอยู่สองห้อง เหอะๆ แถมต้องวิ่งกลับมาเปลี่ยนชุดอีก แค่ตอนวิ่งกลับก็เจอฝุ่นเกาะแล้วล่ะมั้ง
 18.40น. กินข้าวเย็น กลับไปจัดเตนท์ จัดของไม่จำเป็นออก ให้กระเป๋าเบาๆ เพราะพรุ่งนี้ต้องแบกไปเข้าสถานีกลางป่า พักกลางป่า
19.xxน. ฟังครูบ่นเรื่องม้า เราก็นั่งอ่านนิยายในppcแก้เซ็ง อ่านเรื่องผมเป็นแฟนกับเด็กป.6จะผิดมั้ย หุหุ เรื่องนี้เราชอบมากเลยล่ะ แนะนำๆ~
 20.00น. พัก ไปแปรงฟัน ซื้อถุงพลาสติกใหญ่มา (จริงๆมีแล้ว แต่เอามาใส่ซ้อนกันฝุ่นเต็มที่) แล้วก็ออกมารวมอีกรอบ ฟังเรื่องวันพรุ่งนี้
 21.00น. เข้าเตนท์ ชาร์จแบต ดูเมะเหมือนเดิม gprsเน่าเหมือนเดิม เปลี่ยนเสื้อใน แล้วก็นอนประมาณสี่ทุ่ม ใช้ถุงนอนเป็นหมอนแทน เอาเสื้อกันหนาวเป็นผ้าปู สบายขึ้นเยอะ (วันแรกกางถุงนอน ไม่มีหมอนแล้วเจ็บหัว...)


หัวหน้าหมวดและหัวหน้ากองร้อย

 

วันที่สาม 4ก.พ. (ว+2)

 4.10น. ตื่นด้วยมือถือปลุกเช่นเคย เก็บของที่เอาออกมาอย่างด่วน เตรียมเสื้อนอกพร้อม อุปกรณ์ประมาณว่ากลับมาเตนท์ก็หยิบแล้วออกได้เลย และเมื่อ4.30น. นกหวีดดัง ออกนอกเตนท์ได้ เราก็พุ่งไปห้องน้ำทันที ส่งทุกข์อีกรอบให้เกลี้ยงกว่าเดิม (แต่ก็ยังไม่โล่งเท่าไร)
 4.45น. กลับมาเตนท์ อีก5นาทีรวมพอดี ใส่เสื้อ พร้อม และก็ไปรวม รับปืน
 5.25น. เดินออก เข้าป่า ข้ามแม่น้ำ สะพานก็แคบแล้วมีที่กั้นแค่เตี้ยๆซ้ายขวา กลัวเซตกยังไงไม่รู้สิ>< ตอนนั้นมืดมาก มองอะไรไม่ค่อยเห็น ดีที่มีคนมีไฟฉายคอยส่องให้ (ของเราเก็บไปแล้ว) ระหว่างทางก็คุยกับเชาไปบ้าง เรื่องlucky star ฮ่าๆ
 6.10น. ถึงที่รวมพลในป่า อากาศเย็นดี ฝุ่นก็น้อยกว่าที่กองพัน แล้วก็กินข้าว ที่นี่ต้องกินข้าวหลวงเท่านั้น 7-11ก็ยังไม่มาด้วย
 7.10น. ไปวางของในเตนท์ เราก็เลือกคู่กับพีทเหมือนเดิม แต่หาเตนท์ว่างไม่ได้ ในที่สุดก็ต้องวางไว้ที่เตนท์พังๆ เพราะครูบอกว่าเดี๋ยวจะซ่อมให้ และก็รีบไปรวม
 7.40น. ไปสถานีฝึกที่32 ฟังๆแล้วก็แยกย้ายไปสถานีการเคลื่อนที่ในสนามรบ ในแบบหมู่ปืนเล็ก เีราเป็นผบ.หมู่(นั่งหน้าสุดเลยซวย) ก็ต้องออกคำสั่ง วิ่งๆ นั่นแหละ ก่อนฝึกครูก็ให้เอาของมีค่า ช้อน ออกไปวางไว้ในหมวก แล้วก็สวมหมวกเหล็กฝึก เพราะการฝึกนี้นี่แหละ ทำให้เราเสียงแหบเลย เพราะตะโกนสุดชีวิต ทั้งที่ฝึกสองหมู่พร้อมกัน แต่ดันได้ไอ้อูฐเป็นหัวหน้าหมู่อีกหมู่... มันแทบไม่ออกเสียงดังเลย กลายเป็นเราสั่งอยู่คนเดียว T-T การเคลื่อนที่ก็โผ คลานสูงคลานต่ำ ลอดลวดหนาม (โดนบาดมือนิดหน่อย) เสร็จก็มานั่งพัก