APUでの一週間。
เอ็นทรี่ก่อนหน้า : วันแรกที่APU
อ.31/3/2009
ภาพจากห้องพักของเรา ด้านซ้าย 2 ตึกคือ AP House 1 ส่วนด้านขวาคือ AP House 2 ห้องเราอยู่ตึกRII เมื่อเข้าจากHouse2 แล้วก็ต้องเดินย้อนกลับมาอีกหน่อย มื้อเช้าวันนี้เป็นขนมปังช็อกโกแลต สนนราคา110เยน

ชาวไทยรวมตัวกันที่ล็อบบี้เฮาส์1 เพื่อออกไปช็อปปิ้งกันในเมืองเบ็ปปุ ก็ขึ้นรถบัสไป เดินทางด้วยตั๋วThe Triple (ザ・トリプル) ราคา1000เยน ใช้ได้3ครั้ง ก็เฉลี่ยครั้งละ333เยน นั่งได้จนสุดสายของรถบัสของOita Koutsuu (大分交通) รถสีแดงๆ คือนั่งได้ถึงสถานีเบ็ปปุ (別府駅) นั่นเอง หากนั่งตามปกติจะต้องเสียค่าโดยสาร540เยน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที
แยกย้ายเป็น5กลุ่ม กลุ่มละ5คน ตามรุ่นพี่ที่มาช่วยนำทางไป ของเราแวะห้างYamada-denki ดูเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ได้ซื้ออะไรเพราะดูแล้วว่าสั่งจาก Amazon.co.jp ถูกกว่าเห็นๆ

เสร็จแล้วก็เดินผ่านตลาดที่มีผักราคาถูกกว่าซูเปอร์พอควรขาย แล้วก็กินข้าวเที่ยงกัน ที่ร้านจอยฟูล (ジョイフル) ร้านนี้มีสาขาเพียบ อาหารกลางวันชุดนี้เป็นอาหารชุดประจำวัน ราคา499เยน ถือว่าคุ้มค่า เพราะปริมาณเยอะมาก อิ่มกว่าข้าวCO-OPเป็นไหนๆ แล้วก็ไปซูเปอร์แห่งหนึ่งที่บอกกันว่าของราคาถูก แต่ก็ไม่ได้ซื้อเพราะคิดว่าคงยังต้องเดินอีกเยอะ
ไปต่อกันที่ห้างyou me (อ่านว่า ยูเม ゆうめい) เพื่อดูเสื้อผ้า ฯลฯ แต่เราเข้าร้านหนังสืออยู่คนเดียว ฮ่าๆ จะซื้อG's Magazineเดือนห้า แต่ยังไม่มา ร้านบอกว่ามาวันพรุ่งนี้ (1เมษา) เลยซื้อErementar Gerad 15,16 มาแทน 1,200เยน 
ร้านของเล่น(?)ที่พบโดยบังเอิญ และก็เหมือนเคย ถ้าจะซื้อ สั่งอเมซอนดีกว่า...
เดินไปขึ้นรถบัสหน้าห้างTokiwa ซึ่งพี่เขาบอกว่าเป็นห้างคนแก่ ไม่ค่อยมีอะไร ภาพขวาคือทางเชื่อมใต้ดินเพื่อไปป้ายรถบัส แต่ปรากฏว่าเราขึ้นรถผิดกัน จึงต้องรีบลงแล้วเดินย้อนกลับไปที่เดิม (เสีย140เยน)


ขณะที่เดินย้อนกลับ ก็ได้เจอกับธรรมชาติที่งดงาม

แล้วก็ได้ถ่ายรูปกับต้นซากุระโดยบังเอิญ รู้สึกว่าเราจะมาตอนที่เริ่มบานพอดี จากซ้ายไปขวา พี่เปรี้ยว แบงค์ เรา
เดินย้อนไปเรื่อยๆ จนไปขึ้นรถบัสเพื่อไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต ถ้าจำไม่ผิด ชื่อHiroseมั้ง ลงที่ป้าย餅ヶ浜
(mochigahama)

การช็อปปิ้งเองครั้งแรก ที่นี่เขาจะให้ถุงเรามาจับของใส่เอง แต่เราเตรียมกระเป๋ามาพร้อมละ ขืนใช้ถุงคงโดนบาดมือเจ็บแย่ ของมันหนัก
ราคาสินค้าที่นี่ แน่นอนว่าแพง... ที่เราซื้อก็เช่น
-แครอท 158 เยน
-กล้วย 5 ลูก 178 เยน (มารู้ทีหลังว่าCO-OPขาย160เยน...)
-น้ำยาล้างจาน600ml 100เยน
-สบู่เหลวรีฟิล 420ml 250เยน ไว้ซื้อขวดที่ร้านร้อยเยนเอา
-ข้าวสาร2กิโล 900 เยน ถ้า 5 กิโล 1880 เยน แต่แบกไม่ไหว
-ปูอัดแท่งยาวสี่แท่ง 128 เยน
-บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแพ็ค 5 298 เยน
-ไข่ไก่LL 10ฟอง 208 เยน
-ฟุริคาเคะ (ผงโรยข้าว) แบบหลากหลาย แพ็ค20ซอง 208 เยน
ฯลฯ
กะหล่ำรู้สึกจะหัวละราว160เยนมั้ง แต่ไม่ได้ซื้อ
จะเห็นว่าที่นี่ชอบตั้งราคาด้วยเลขแปด...
จุดหมายต่อไปก็คือร้านร้อยเยนร้านใหญ่ Daiso ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ซูเปอร์มาร์เก็ต Hirose ที่จริงร้านร้อยเยนตรงห้างTokiwaก็มี แต่เห็นว่าร้านเล็ก เลยมาซื้อที่นี่ ขากลับก็แจ็คพอตกลับพร้อมชาวเกาหลีที่มาช็อปปิ้งเหมือนกันพอดี ทำเอารถบัสเต็มเอี๊ยดเลย
ของจากร้านร้อยเยนก็เช่น
-ตะกร้า ไว้ใส่ผ้าไปซัก
-ตะแกรง ไว้วางขวดสบู่เวลาอาบน้ำ เนื่องจากในห้องอาบน้ำมีแต่ราวพาดของเล็กๆ ไม่มีที่วางสบู่
-แก้วน้ำ
-ชาม
-ตะเกียบ
-ช้อนกาแฟ (ที่พบว่าไม่ได้ใช้เลย)
-ไม้แขวนเสื้อx7 , x6 เลือกมาสองแบบ ให้ดูต่างกันเล่นๆ
-ขวดรีฟิล 2 ขวด
รถบัสที่นี่ถึงจะเรียกว่ารถบัสก็เถอะ แต่มันเหมือนรถทัวร์บ้านเราเลยล่ะ ที่นั่งแบบเดียวกันเด๊ะ หรูมาก แต่ค่าโดยสารก็โหดน่ะนะ...
เรื่องความตรงต่อเวลาของรถบัส ตอนออกจากมหาลัยน่ะตรงเผง แต่ตอนมาที่ป้ายก็เลทไปนิดหน่อย อย่างรอบที่เราขึ้นกลับ 17.04 น. กว่าจะมาก็ราว 17.08 น. จะช้าเร็วขึ้นอยู่กับคนขึ้นลงน่ะนะ ว่าเยอะไหม อย่างตอนที่เราขึ้นพร้อมกับคนเกาหลี พร้อมสัมภาระเต็มตัว กว่าจะขึ้นเสร็จก็ห้านาทีแล้วมั้ง...
ของที่ซื้อมา และก็มื้อเย็น = อูด้งลวกน้ำร้อน ใส่แครอทหั่นละเอียด โรยฟุริคาเคะ รสชาติเหรอ... จืดชืด! ดีที่ได้ดังโกะกับกล้วยหอมช่วยไว้
พ.1/4/2009
วันนี้มีStudent Life Guidance ที่แสนน่าเบื่อ เข้าไปฟังๆ แล้วก็ต่อด้วย Health Clinic Guidance พูดเกี่ยวกับตัวคลินิกนิดเดียว หลักๆ คือ
-เวลาทำการ10.00-17.00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์
-ไม่มีแพทย์ประจำ จึงรักษาในสิ่งที่ต้องให้แพทย์ทำไม่ได้ สั่งยาก็ไม่ได้
ที่เหลือเป็นเรื่องเพศศึกษา ทำอย่างไรจึงปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ วิธีป้องกันการท้ัองโดยไม่ตั้งใจ การทำแท้งในญี่ปุ่น เป็นต้น... สอนสุขศึกษาให้เราอยู่ชัดๆ จากนั้นก็เรื่องยาเสพติดนิดหน่อย
มื้อเที่ยง ข้าวแกงกะหรี่ L 280เยน เป็นอาหารที่คุ้มที่สุดในเรื่องปริมาณแคลอรี่ แต่ปริมาณเนื้อและผักน้อยอย่าบอกใคร...
ภาพมหาลัยอีกเล็กน้อย
ตอนบ่ายเป็นJapanese Placement Test แบ่งระดับห้องที่ให้เข้าดังนี้
-คนที่อ่านฮิรางานะไม่ได้
-คนที่อ่านได้ยังไม่ครบ
-คนที่อ่านได้
ซึ่งในประเภทคนที่อ่านได้ที่เราเข้าไป ก็แบ่งเป็นสามแบบดังนี้
-เรียนมา3-6เดือน
-เรียนมา 6 เดือน - 3 ปี
-เรียนมาเกิน 3 ปี
เราเข้าไปอยู่ประเภทที่สาม ซึ่งเกณฑ์จริงๆ ที่จะแบ่งก็คือจำนวนคันจิที่อ่านได้ โดยดูจากชีทบอกความสามารถของตัวเองที่เขาแจกให้ หากอ่านคันจิได้เกิน300ตัว (JLPT LV3) ก็ให้เข้ามาประเภทสุดท้ายได้เลย
สำหรับการทดสอบของเรา เป็นข้อสอบเหมือนEJUเปี๊ยบ แต่เป็นEJUข้อยากๆ ทั้งนั้น...
-เขียนเรียงความเชิงแสดงความคิดเห็น 400 ตัว 20นาที แน่นอนว่าไม่ครบ
-การฟังล้วน 10 ข้อ พูดได้เร็วและโหดร้ายมาก แถมลังเลกันจริง เปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่อยู่ได้
-การฟัง+การอ่าน ก็คือการฟังที่มีโจทย์และชอยส์ให้ ยากโคตรเช่นกัน ฟังคำอธิบายไม่ค่อยทัน แถมเจอตัวเลข,กราฟ ยิ่งมึนใหญ่
-การอ่าน 10บทความ บทความละประมาณครึ่งหน้า คันจิยุ่บยั่บ ให้เวลา20นาที เรารีบอ่านรีบทำ เสร็จก่อนหมดเวลา แต่ความมั่นใจต่ำมาก 
ตอนนี้ยังไม่รู้ผลว่าจะได้อยู่คลาสไหน แต่จากการเข้ามาสอบที่ระดับนี้ จะมีคลาสให้เข้าแค่สามคลาส คือ Intermediate , Advance , AdvanceII เราหวังไว้ว่าจะเข้าAdvance แต่ไม่รู้จะได้รึเปล่า
ที่อยากรีบเรียนก็เพราะอยากเรียนภาษาที่สี่ คือเกาหลี ด้วย เพราะมีเกณฑ์ว่า หากนักเรียนEnglish-basis ต้องการเรียนภาษาอื่นเพิ่ม ต้องจบญี่ปุ่นAdvanceก่อนด้วย
ภาพวิวจากAP Houseอีกหน่อย
มื้อเย็น คัทสึด้ง CO-OP อิ่มดี แต่ราคาก็นะ 390 เยน พวกของราคาถูกเรากินไม่ค่อยอิ่ม เพราะปริมาณมันจะน้อยตามราคา
หลังจากกลับมาที่ห้องก็จัดการสั่งหนังสือผ่านAmazonไปเรียบร้อย และก็เล่นเน็ตตามวิถีชีวิตปกติเรา =w=

กลางคืนมีFlea Market (มันสะกดงี้อะนะ...) ซึ่งเป็นตลาดนัดที่พวกชาวหอจะเอาของมาขายต่อถูกๆ กัน แต่คนเยอะมากๆ เราเลยไม่ได้เข้าไปยุ่ง นี่เป็นภาพตอนเปิดตลาดให้คนเข้าไปพอดี ตอนนั้นเอาแต่PPCลงไป เลยได้ภาพมาแบบนี้แหละ
คืนนี้คุยกับรูมเมท เรียวเฮย์ เยอะเลย คุยเรื่องประเทศไทย เปิดภาพให้เขาดูแล้วก็บ่นๆ ไป ภาษาญี่ปุ่นเรายังห่วยอยู่จริงๆ แหละ อธิบายไม่ค่อยได้เรื่องเลย
พฤ.2/4/2009

วันนี้มีพิธีต้อนรับนักศึกษาใหม่ Entrance Ceremony มีบริการรถบัสฟรีไปยังB-Con Plaza ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธี

ภาพบริเวณที่จัดพิธี คนส่วนใหญ่จะใส่สูทมากัน หรือไม่ก็ใส่ชุดประจำชาติมา แต่เรานี่ เสื้อกันหนาวตัวหนา กับเสื้อเชิ้ต รองเท้าผ้าใบ ไม่ได้เข้ากับพิธีเลย แต่ก็ไม่มีใครว่าหรอก เขาไม่ได้บังคับนี่ ฮ่าๆ
ก่อนพิธีเริ่ม มีรุ่นพี่ชมรมต่างๆ มาแจกใบปลิว ชักชวนเข้าคลับกันเพียบ เราก็รับๆ มา ที่สนใจก็มีNifty Studio ชมรมเกี่ยวกับการตัดต่อวีดีโอ
ในพิธี น่าเบื่อสุดยอดแล้ว...
หลังการกล่าวของคนใหญ่คนโต ก็มีการแสดง การแสดงของอินโดนีเซียเจ๋งที่สุด สนุกสนาน แถมพร้อมเพรียง สวยมากๆ และก็การประชาสัมพันธ์ชมรม มีทั้งวีดีโอและการแสดง ทำให้เราเห็นชมรมที่สนใจสุดๆ 「アニメーション研究会」 ชมรมวิจัยอนิเมะ!

หลังพิธีจบ ภาพขวาคือจอง ชาวเกาหลี กับเราเอง เขาเอาหมวกประจำชาติมาให้เราใส่ด้วย ฮ่าๆ
ยังมีเวลาก่อนรถบัสจะออกเพื่อพาเรากลับAPU เราจึงลองเข้าไปในสวนสาธารณะตรงข้ามกับอาคารกับแบงค์ดู


และก็ได้พบกับซากุระอันแสนงดงาม ที่จริงตอนหลังได้เห็นแนวซากุระ (桜並木) ในรถบัสตอนไปตรวจสุขภาพด้วย อยากลองไปเดินในนั้นดูจัง แต่ในสวนสาธารณะนี่ก็สวยมากแล้วล่ะ สวนที่เห็นนี่คือ สวนสาธารณะเบ็ปปุ (別府公園)
ระหว่างกลับมหาลัย



กินข้าวเย็นที่ร้านอาหารCO-OP
ร้านค้าCO-OP จะลดราคาอาหารที่หมดอายุวันนั้น50% ถ้าได้มาซื้อเบ็นโตะตอนนี้กินเป็นมื้อเย็นล่ะก็ คุ้มสุดๆ
กินเสร็จเราก็กลับมาตีปิงปองกันที่ล็อบบี้เฮาส์ ที่นี่มีไม้ให้ยืม แต่ให้ใช้แค่ 1 ชั่วโมง เพื่อเป็นการแบ่งปันกัน แล้วก็ออกไปเล่นบาสแบบมั่วๆ (4คน ไม่มีใครชูทลง lolz~) ได้ไม่กี่นาทีก็ต้องกลับเข้าหอ เพราะลมเย็นมาก!!
ศ.3/4/2009

วันนี้เป็นวันที่ซวยสุดขีด เนื่องจากหัวชนกับขอบผนัีงห้องน้ำ จนหน้าผากแตก... เนื่องจากความรีบร้อนไปเข้าDocument Distribution Guidance ของเรานั่นเอง
เล่าเหตุการณ์ก็คือ ตอนเช้าเรารีบเข้าไปล้างมือในห้องน้ำ แล้วรีบออกมา แต่เผอิญว่าผนังห้องน้ำมันยื่นออกมาเลยอ่างล้างหน้านิดนึง ผลก็คือหัวเรากระแทกเข้าเต็มๆ แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ตัว ไม่เจ็บเท่าไรด้วย เลยเดินออกมา พอดีเจอซีทักว่าหัวเป็นไร ถึงได้จับดูแล้วพบว่าเลือดไหลเป็นสาย =o= กลับเข้าห้องน้ำไปล้างหัวด่วน ดีที่เรียวอยู่แถวนั้น เลยขอทิชชู่+พลาสเตอร์ได้ ต้องหาอะไรไปตอบแทนเขาหน่อยแล้วแฮะ...
เข้าguidance รับเอกสาร Student Handbook ,บัตรประจำตัว (Student ID Card) และuser,passwordในการเข้าระบบAPU Terminal ซึ่งสำคัญมากๆ เพราะจำเป็นในการลงทะเบียน การใช้เน็ตไร้สายที่โหลดบิตได้ ฯลฯ
จบguidance ก็ออกไปHealth Clinic ตกใจสุดๆ ที่เขาบอกให้ไปโรงพยาบาลเลย ก็ฟังคำอธิบาย วิธีไป รับใบอธิบายอาการ , แผนที่โรงพยาบาลมา แล้วก็ไปคนเดียว...
ขึ้นOita Koutsuu bus จากAPU ระหว่างทางได้คุยกับรุ่นพี่ปีสามชาวญี่ปุ่น ชื่อShibuya เขาเล่าเรื่องออนเซ็นให้ฟังพอควรเลย
ลงที่สถานีปลายทาง Beppu Eki เดินไปโรงพยาบาล(คลินิก) ชื่อ Satou Hifuka เย็บสองเข็ม แล้วออกมาจ่่ายเงิน,รับใบสั่งยา ไปซื้อที่ร้านขายยาข้างๆ เบ็ดเสร็จเสียเงินไป 8,110 + 3,900 เยน... จ่ายเต็มๆ เนื่องจากยังไม่มีบัตร National Health Insurane (国保:kokuho) แต่ที่นี่สามารถนำบัตรกับใบเสร็จมารับเงินคืนย้อนหลังได้ จึงเบาใจได้ส่ีวนหนึ่ง
จากการเสียเงินครั้งนี้ ทำให้ได้ข้อคิดว่า ห้ามป่วยหรือบาดเจ็บที่ญี่ปุ่นเป็นอันขาด... มัีนแพง!
เดินทางกลับ กินเบ็นโตะที่ซื้อจากซูเปอร์ ไหนๆ ก็ลงมาแล้ว เลยซื้อของกลับไปนิดหน่อย ฮ่าๆ

กลับมาเข้า Course Registration Guidance ต่อ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะอธิบายเกี่ยวกับหน่วยกิต วิธีลงทะเบียน รายวิชาที่มี (เป็นตารางชวนปวดหัว...) ฯลฯ สำคัญกว่าInternet , Library Guidance ที่เราพลาดไปเพราะลงไปโรงพยาบาลแน่นอน

จบแล้วก็ไปอาคาร F (เรียกกันว่าตึกUFO) เพื่อฟังเรื่องการเรียนภาษาญี่ปุ่น สำหรับนักเรียนต่างชาติ English-basis

การบรรยายก็มีเรื่อง ข้อยกเว้นสำหรับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นfoundationII ไม่จบในเทอมแรก, การได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเรียนสำหรับคนที่สอบPlacement test ได้ , จำนวนหน่วยกิตที่จำเป็น ฯลฯ เรื่องหน่วยกิตนี่ถ้าว่างๆ จะอัพอีกทีละกัน
จากนั้นก็เป็นEntrance Ceremony จัดโดยRA (Resident Assistance) มีการประชาสัมพันธ์ชมรมเล็กน้อย การกล่าวต้อนรับ การแสดง และวีดีโอแนะนำกฎระเบียบของหอพักสุดฮา



ต่อด้วยบุฟเฟ่ต์ที่cafeteria (ร้านอาหารCO-OPนั่นแหละ) และการแสดงของRA อีกหน่อย
ยาที่ได้รับมากินและทาแผล... 3,900 เยน!!
ส.4/4/2009
วันนี้เป็นวันหยุด ตามกำหนดการ เราควรจะได้ไปชมซากุระที่สวนสาธารณะเบ็ปปุ แต่... ฝนตก!! เลยยกเลิกไป นอนแกร่วอยู่ในหอแทน
อันว่าชีวิตคนที่วันเสาร์อาทิตย์อยู่กับการเล่นเกมและโหลดบิตอย่างเรา จะให้ใช้เน็ตห้องที่โหลดบิตไม่ได้ทั้งวันก็กระไรอยู่ เราจึงลองเซิร์ชวิธีใช้เน็ตไวร์เลสในล็อบบี้หอดู ก็ไปเจอในเว็บAPUเข้า (จริงๆ มีในหนังสือinternet guidebook) หลังจากเชื่อมต่อaccess point APU_Wireless ด้วยpasskeyตลกๆ แล้ว ก็connectผ่านbroadband ด้วยuser,passwordของเรา ก็เป็นอันใช้ได้ ง่ายแค่นี้เอง
และก็ทำให้ทั้งเช้าวันนั้นเราหมกอยู่กับคอมและการโหลดบิตไป

มื้อเที่ยงที่CO-OPเช่นเคย เดินกางร่มลุยฝนไป ถ้าหันร่มไม่ถูกทิศ จะโดนลมพัดฝนเข้ามาด้วยล่ะ =[]=

วันนี้ฝนตกแทบทั้งวัน อากาศก็อึมครึมอย่างนี้ล่ะนะ ส่วนกล่องนั่นน่ะเหรอ...
มันคือพัสดุจากAmazonนั่นเอง
กล่องใหญ่คือของจำเป็นในการหมกตัวอยู่ในห้อง กาต้มน้ำ และหม้อหุงข้าวขนาดมินิ~ 2,000 , 2,980เยน ตามลำดับ หากซื้อข้างนอก กาต้มน้ำ (แบบยกเท) จะ2,500+ ส่วนหม้อจะมีแต่5,000+ แบบปิดฝาทึบทั้งนั้น ซึ่งไม่ใช่แบบที่เราต้องการ
อนึ่ง สำหรับการสั่งสินค้าออนไลน์ ต้องดูราคาจากหลายๆ เว็บ อเมซอนไม่ได้ถูกเสมอไป... เว็บที่เราใช้คือ www.amazon.co.jp, www.kakaku.com ,www.rakuten.co.jp อย่าลืมคำนวณค่าขนส่งด้วยล่ะ บางทีมันไม่ฟรี
เล่าเรื่องพัสดุที่นี่นิดนึง ที่นี่เราจะต้องเป็นคนเซ็นรับพัสดุ ซึ่งกล่องใหญ่นี่เราสั่งด่วนให้เขามาส่งวันที่สาม แต่เวลาที่มาคือสามทุ่ม แล้วดูเหมือนว่าเขาจะติดต่อเราไม่ได้ จึงเอากลับไป เหลือแต่ใบนัดรับของ... เราจึงต้องติดต่อเขาด้วยskype ก็ติดต่อรอบหนึ่ง จะมาประมาณบ่ายโมง ไม่ได้อีก เพราะเขาบอกว่าโทรมาไม่มีใครรับ... รอบที่สองเราเลยลงไปรอที่ล็อบบี้ ได้ตอนบ่ายสามนิดๆ เห็นเขามาปุ๊บก็โดดออกไปรับเลย พร้อมกันนั้นก็ได้G's Magazine เดือน5 + นิยายที่สั่งไว้ด้วย สั่งช้ากว่าหม้อสองวัน ได้รับพร้อมกันซะงั้น 
จนตอนนี้ก็ยังสงสัยอยู่ ว่าโทรศัพท์ภายในเราใช้ได้แน่ไหม แต่เวลาคนอื่นโทรภายในมามันก็ติดนะ...
อีกกล่องหนึ่ง อ้อ D.C.II if จบเล่มนี้แล้วนะ 

เบนโตะสองกล่องที่เป็นมื้อเย็นและมื้อดึก กล่องแรกเป็นเบนโตะจากการชมดอกไม้ที่ยกเลิกไป ส่วนอีกกล่องเราซื้อมาก่อนที่จะได้รับกล่องแรก... เป็นอันว่าอิ่มแปร้
อา.5/4/2009

ข้าวมื้อแรกที่ทำเอง กาแฟก็จากกาต้มน้ำที่ซื้อมาเอง ยังมีกลิ่นเหม็นใหม่อยู่ แต่ก็พอรับได้ ส่วนน้ำต้มแค่เอามาใส่ขวดไว้คืนนึงกลิ่นก็หายละ สำหรับพุดดิ้ง 3ถ้วย 98 เยน
จากนั้นก็มาหั่นผักให้ละเอียด เตรียมไว้สำหรับใส่หุงพร้อมกับข้าว

สภาพเฮาส์อีกเล็กน้อย ที่เห็นเสื่อทาทามิและโต๊ะในภาพกลาง คือที่เล่นเน็ตไวร์เลสของชาวหอAP Houseที่ปรารถนาบิตและเกมออนไลน์อย่างเราๆ ข้อเสียคือเสียงจะค่อนข้างดัง เพราะเป็นล็อบบี้ มีโต๊ะปิงปองและโต๊ะบิลเลียดอยู่ใกล้ๆ ด้วย...
ถ่ายวิวเล่น

ข้าวแกงกะหรี่ไก่ และภาพโรงอาหาร ที่นี่สั่งอาหารแล้วยกมาจ่าย ตอนเก็บก็ยกไปที่ที่วางถาด จะมีสายพานลำเลียงเข้าไปที่ล้างจาน แต่ก่อนวางต้องหยิบทิชชู่, ขวดออกไปทิ้งถังขยะก่อนนะ

ภายในโรงอาหารอีกหน่อย

ถ่ายวิวอีกเช่นเคย
ด้านซ้ายคือgarbage station ที่ที่เราต้องเอาขยะมาทิ้งเวลา22.30-23.00น. ภาพขวาคือที่รูดการ์ดเพื่อเปิดประตูเข้าหอ ใช้student ID card รูด (ภาพจริงแนวตั้งนะ)

ครัว ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ
ในห้องอาบน้ำจะมีอ่างล้างมือ เครื่องซักผ้า และเครื่องปั่นแห้ง พวกผงซักฟอก ตะกร้าขนผ้านี่ต้องเอามาเอง
ภายในห้องอาบน้ำ จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกไว้เปลี่ยนเสื้อผ้า อีกส่วนเป็นที่อาบน้ำ
และภาพขวาคือขอบผนังที่เราชนหัวแตกนั่นเอง...

แผ่นป้ายต้อนรับของชั้นสี่ , ห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด , ถังขยะส่วนรวม ถังชมพูใช้ทิ้งขวดPET/กระป๋องต่างๆ ถังเขียวทิ้งขยะเผาได้/ของกิน

เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว มีเตาอบ กาน้ำร้อน ไมโครเวฟ เตาไฟฟ้าสำหรับใช้กระทะให้ใช้
เป็นอันว่าบันทึกของหนึ่งสัปดาห์ก็จบไป... เหนื่อยแฮะ
ปล.ชอบED ฮายาเตะSeason2มากเลย ฮินะสุดยอด~ 









