APUでの一週間・2
久々に日本語で書いたほうがいいかなぁって思うんだけど、やっぱこんな長いエントリーじゃ無理だろうと思って、タイ語でだけ書かせてもらう。
ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2009 - อาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2009
ส้มที่ญี่ปุ่น ลูกใหญ่ดี แต่อย่าซื้อมากินเชียว เปลือกในหนา + เปรี้ยวได้ใจมาก... ส้มไทยดีกว่าเยอะ
มื้อไหนซักมื้อที่โรงอาหาร ภาพกลางคือการขายตั๋วรถบัสรายปีราคาลดพิเศษสำหรับนักเรียนของรถบัสสายKame no I (亀の井)ซึ่งนักเรียนที่พักอยู่ด้านล่างที่รถบัสสายนี้ผ่านก็คงซื้อกันหมด ภาพขวาคือขายบริการเคเบิ้ลอินเตอร์เน็ต ถ้าจำไม่ผิด โปรโมชั่นนักเรียน 2500 เยนต่อเดือน ความเร็ว 10/1mbps มั้ง แบบ100mbpsก็มี แต่แพงกว่าเยอะเหมือนกัน
ด้านซ้ายคือที่ขายตั๋วรถบัสรายปีของสายOita Koutsuu (大分交通) นั่งได้ไม่อั้นทั่วเมืองเบ็ปปุเป็นเวลาหนึ่งปี 95,000 เยน...
สำหรับการขายตั๋วรถบัสนั้น จะมีเฉพาะช่วงต้นๆ ของการเปิดเทอมเท่านั้น ประมาณกลางเดือนเมษาก็จะเลิกขายแล้ว

ในภาพคือการตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งนักศึกษาทุกคนต้องตรวจในทุกเทอมที่เป็นเลขคี่ (อย่างเราก็คือเทอมแรกเลย) หากไม่ตรวจจะมีผลให้ไม่ได้รับทุน ฯลฯ มีรถบัสบริการรับส่งจากมหา'ลัย ตรวจสุขภาพก็เช่น ตรวจปัสสาวะ เจาะเลือด วัดน้ำหนักส่วนสูง วัดสายตา เอ็กซเรย์กระดูกซี่โครง ตรวจวัณโรค เป็นต้น ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จ รวมเวลาเดินทางอีกหนึ่งชั่วโมงก็เป็นสองชั่วโมงพอดี

การประชาสัมพันธ์ชมรม , CAP Guidance , ขนมจากCO-OP ที่รสชาติหวานแบบแปลกๆ
CAP คือสถาบันย่อยในAPU ซึ่งนักเรียนจะเรียนวิชาในแต่ละสถาบันที่ตนเลือกควบคู่ไปกับวิชาหลักในคณะของตน (APM : International Management / APS : Asia Pacific Study) แม้จะเลือกเรียนCAP และในใบรับรองการเข้าเรียนจะบอกว่าเราเรียน APM(S)-CAP แล้ว แต่เราก็ต้องทำการสมัครเข้าเรียนในเทอมที่สองอยู่ดี
การเรียนวิชาของCAP จะเริ่มในปีที่สอง หมายความว่าปีแรกเรายังคงเรียนตามคณะของตนเหมือนคนอื่นอยู่ แต่ปีที่สองจะเริ่มมีวิชาของCAPให้เรียน ซึ่งต้องเรียนอย่างต่ำทั้งหมด30หน่วยกิต จึงจะได้ใบประกาศนียบัตรว่าจบจากAPM(S)-CAPอะไรก็ว่าไป ส่วนของเราคิดว่าจะลง CAP-ICT ก็จะได้ใบประกาศว่าจบจาก APM-ICT

ประชุมคนไทย มีทั้งรุ่นเราที่มาใหม่ กับรุ่นพี่ เพื่อฟังคำแนะนำต่างๆ เรื่องการลงทะเบียนคอร์สออนไลน์ ซึ่งจะมีในวันรุ่งขึ้น (เรื่องตารางเรียน อ่านได้ที่ ตารางเรียน) และเลือกประธาน+รองประธานรุ่นSpring2009ของเรา ประธานคือโยตะ รองประธานคือเจ,ซี
วันนี้เราได้เจอพี่โม่เป็นครั้งแรก เข้าไปดูห้องพี่เขา ช่างครบครันด้วยอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงและเพื่อการหมกตัวอยู่ในห้องจริงๆ ทีวี PS3 หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ ฯลฯ มากมาย แต่สำหรับห้องคู่อย่างเราซึ่งไม่มีห้องน้ำในตัว... ยังไงก็ต้องออกไปเอาน้ำ+เข้าห้องน้ำอยู่ดีแหละนะ

ภาพกลางเป็นการซ้อมหนีไฟ ก็เดินออกทางทางออกฉุกเฉินด้านหลังอาคารที่ปกติปิดตลอดอย่างสบายๆ ลงมาข้างล่างก็ถ่ายรูปรวมกัน แล้วก็กลับ... ประตูเหล็กกันไฟตามบันไดแต่ละชั้นโดนเอาลงด้วยแหละ เพิ่งเคยเห็น
ส่วนภาพข้าวด้านขวาก็คือข้าวแบบที่เรากินประจำทุกวัน ทำเป็นแค่แบบนี้แหละ ต้มๆ เข้าไปให้หมด... แต่ช่วงแรกๆ นี่กินไส้กรอกปลาจนเอียนเลย เพราะเป็นวัตถุดิบประเภทเนื้ออย่างเดียวที่มีขายในCO-OP (หลังๆ มีเบคอนมาด้วย) ถ้าจะซื้อหมูซื้อไก่ ต้องลงไปซูเปอร์ด้านล่างเขาเป็นอย่างน้อย (ค่ารถไปกลับปกติ540เยน...) แต่ปกติเราจะไปถึงสถานีเลย ใช้ตั๋วTriple จะได้แวะห้างซื้ออย่างอื่นด้วย
สำหรับตั๋วรถบัสราคาพิเศษที่มีขายที่CO-OPสำหรับนักเรียน ที่ใช้บ่อยๆ มีดังนี้
- The Triple (ザ・トリプル) ราคา 1,000 เยน ใช้นั่งรถบัสของOita Koutsuu ไปไหนก็ได้ได้สามครั้ง แต่เอาเข้าจริงก็ไปได้แค่สุดสายคือที่สถานีเบ็ปปุ (別府駅) เท่านั้นแหละ ลดค่าโดยสารจาก540->333เยนได้
- Mini-Free (ミニフリー) ราคา 600 เยน ใช้นั่งรถบัสของKame no I ไปไหนก็ได้ได้สองครั้ง สุดสายคือสถานีเบ็ปปุเช่นกัน คิดราคาแล้วถูกกว่าThe Tripleก็จริง แต่ใช้เวลานานกว่านิดนึง + รถไม่หรูเท่า
- Donichi Shukufuku Gentei Kaisuuken (土日・祝日限定回数券) ราคา 1,000 เยน เป็นตั๋ว7ใบ ใช้ได้เฉพาะเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สำหรับนั่งรถบัสOita KoutsuuไปยังKitashinden (北新田) ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้ที่สุดที่มีซูเปอร์ Marushoku (マルショク) อยู่ได้7ครั้ง เฉลี่ยครั้งละ143เยน ลดมาจากปกติครั้งละ270เยน แต่เรายังไม่เคยซื้อเลยแฮะ
- My Beppu Free mini สำหรับ Kame no I ราคา 700 เยน นั่งได้ไม่อั้นทั่วเมืองเบ็ปปุเป็นเวลาหนึ่งวัน ว่าจะหาโอกาสซื้อแล้วตะลุยเมืองเล่นอยู่เหมือนกัน
- Bus Card ราคา 1,000 เยน ได้โบนัส 250 เยน / 3,000 เยน ได้โบนัส 750 เยน ควรมีไว้เพื่อใช้เดินทางทริปสั้นๆ จะช่วยประหยัดได้อีกหน่อย
AP House ยามค่ำคืน , รถเก็บขยะ (ถุงชมพูคือขยะรีไซเคิล พวกขวดPET กระป๋อง) , โต๊ะประชาสัมพันธ์ชมรม

น้ำจิ้มจากไทย@CO-OP ในราคาที่สูงขึ้นเยอะ! , Career Guidance อธิบายว่าต้องเริ่มหางานเมื่อไร ยังไง หลักๆ คือการหางานควรวางแผนเสียเนิ่นๆ ตั้งแต่ปีสาม , แกงกะหรี่สำเร็จรูปจาก CO-OP ประมาณ100เยน

Floor Meeting ครั้งแรก ของตึก RII ชั้นสี่และห้า มีวัตถุดิบมาให้ทำอาหารเป็นกลุ่มๆ แล้วเอามารวมกันที่ห้องกิจกรรมที่ล็อบบี้ และก็กินกันตามสบาย มีการแจ้งข่าวเรื่อง World Festival ซึ่งเป็นงานที่แต่ละชั้นต้องคิดกิจกรรมและจุดเด่นของตนเพื่อนำเสนอในงาน...
ลงไปหาหมอเพื่อให้ดูแผลเย็บที่หน้าผาก แต่จริงๆ ไหมมันหลุดไปแล้ว ไม่ต้องไปก็ได้... ดันไป เลยเสีย1,200เยนฟรีๆ เลย หมอบอกว่า ไม่เป็นไรแล้ว แค่นี้... ก็เลยเดินดูเมือง ซื้อของจากตลาดไปด้วย ตัดผมผู้ชายที่นี่ 990 เยนแน่ะ
จากนั้นก็ต้องรีบขึ้นมาทำ Alien Registration (ลงทะเบียนคนต่างชาติ) ตามกำหนดเวลาของหมายเลขเรา สำหรับผู้ที่้จะอยู่ในญี่ปุ่นนานเกิน 90 วันทุกคน ก็ไม่มีปัญหาอะไร มีการแนะนำ บอกวิธีกรอกเอกสารให้เสร็จสรรพ

ระหว่างเดินทางขึ้นAPU มหาลัยมันอยู่บนเขาจริงๆ แหละ , ตราประทับ (Inkan -印鑑) จำเป็นสำหรับการเปิดบัญชีธนาคาร และใช้แทนลายเซ็นได้เลยทีเดียว ทำฟรีหากสมัครสมาชิกสหกรณ์CO-OP (15,000เยน ได้คืนตอนเรียนจบ) , อาหารที่มีเนื้อมื้อแรก กุ้งที่เห็นนั่นเป็นกุ้งไทยแหละ ราคาถาดนึง100กว่ากรัม 400 กว่าเยน...

วันเสาร์มีกิจกรรมรับน้อง ซึ่งตรงกับงานPikapika ของมหาลัยพอดี งานก็มีการเปิดซุ้มขายของ ขายอาหารชาติต่างๆ แล้วก็การแสดงหลายๆ อย่าง
สำหรับกิจกรรมรับน้องซึ่งจัดโดยรุ่นพี่ก็สนุกดี คงคล้ายๆ มหาลัยในไทยล่ะมั้ง มีแบ่งกลุ่ม คิดท่าเต้น ทำกิจกรรมฐานต่างๆ พร้อมฟังข้อคิด ก่อนทำกิจกรรมก็ต้องเต้นให้พี่ดู เล่นส่งแป้ง หยุดที่ใคร คนนั้นต้องปะหน้าใครซักคนตามคำสั่งเจ้าแม่ เล่นมอญซ่อนผ้า ผูกสายสิญจน์ ฯลฯ มีการจับสลากเลือกพี่รหัสด้วย... (แต่พอหมดวันนั้น เราก็ไม่ได้คุยกับพี่รหัสเลยซักคน
)
อนึ่ง กิจกรรมฐานที่โดนใจเราอันหนึ่งคือ ฐานที่ให้หาคนไทยและล่าลายเซ็นให้ครบ8(หรือ10?)ชื่อ เราก็ไปไล่หาตามซุ้มขายอาหารไทยกัน กว่าจะครบก็นานพอดู ที่เจ็บใจคือมารู้ทีหลังจากพี่โม่ว่าพี่แกใส่แว่นดำเดินไปเดินมา ไม่มีใครมาขอลายเซ็นซักคน บอกว่าเดินผ่านหน้าเราให้เห็นอีกแน่ะ... ข้อคิดจากกิจกรรมนี้คือ คนไทยเนียนเป็นคนชาติอื่นได้ทุกชาติ 
กลับ
กลางคืนวันนั้นมีงานเลี้ยงวันเกิดMasayuki คนในชั้น ก็ทำอาหารอย่างหรูมาฉลองกัน เราช่วยหั่นผักเฉยๆ แหละ แล้วก็เข้าไปแจมกับเขาด้วย ฮ่าๆ ภาพสุดท้ายนั่้น ด้ายโดนเครื่องดูดฝุ่นดูดหัวที่โดนปะแป้งเท็มปุระใส่ตอนรับน้อง 

วันอาทิตย์ ออกเิดินทางไปชมฮานามิ หลังจากที่เลื่อนมาจากสัปดาห์ที่แล้ว... สภาพรถบัสนี่แน่นเหมือนรถเมล์ไทยเลย เพราะคนจากสองชั้น อัดกันไปในรถบัสคันเดียว
จุดหมายของเราคือสวนสาธารณะเบ็ปปุ น่าเสียดายที่ซากุระร่วงไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่กลีบตกอยู่เต็มพื้นให้ดูเล่น

กิจกรรมที่ทำก็คือการเล่นเกมต่างๆ โดยแบ่งกลุ่มด้วยการสุ่ม แน่นอนว่าก่อนเล่นก็ต้องแนะนำตัว... มาที่นี่แนะนำตัวบ่อยจริงๆ เกมที่โหดร้ายใช่เล่นคือเกมที่ให้คนในกลุ่มจับมือกันกับคนที่ไม่ใช่คนข้างๆ ก็จะทำให้แขนพันกันเละ และแก้ออกมาเป็นวงให้ได้ กลุ่มเราได้ออกมาสองวงกลมซ้อนกันซะงั้น แต่ก็ถือว่าได้แล้วและทำตัวเนียนๆ ไป ฮ่าๆ

จากนั้นก็มีเกมเป่ายิ้งฉุบต่อแถว คนแพ้ก็ต่อคนชนะไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้ราชินีแห่งการเป่ายิ้งฉุบมา (คนเสื้อเหลืองน่ะ) เขาชนะตลอดจริงๆ ขนาดเป่าเล่นๆ ทีหลัง ยังชนะเรียบเลย - -" แล้วก็มีเกมจับกลุ่มให้ได้ราคาที่กำหนด โดยผู้ชายมีค่า10เยน ผู้หญิง5เยน ซึ่งมีเกมลงทัณฑ์สำหรับผู้จับไม่ได้ด้วย แล้วก็ทานอาหารกลางวันซึ่งแต่ละคนเอามาเอง (ของเราเหรอ... โอนิกิริCO-OPไง) และถ่ายรูปรวม
บ่ายสองกว่าๆ กิจกรรมก็จบลง มีการเล่นฟุตบอลกันเล็กน้อย แล้วก็แยกย้าย

เรามีนัดกับพี่ปีย์ซึ่งเป็นคนในชมรมอนิเมะที่ช่วยเหลือเราเรื่องการเข้าชมรมที่สถานี ก็เลยเดินจากสวนสาธารณะเบ็ปปุไป ปรากฏว่าหลง - -" แต่พอเราถามทางกับคนแถวนั้น เขาก็ขับรถพามาส่งให้เลย ประทับใจจริงๆ >< พอดียังมีเวลาก็เลยเดินเล่นอีกหน่อย
หลังจากเจอกับพี่ปีย์ พี่แก้ว พี่เมย์ ที่หน้าห้างเครื่องใช้ไฟฟ้า Yamada Denki (ซึ่งเราแนะนำให้มาดูของที่นี่ แต่ซื้อจากAmazonดีกว่า) แล้วก็เดินไปร้านเค้ก คุยกันนานเป็นชั่วโมงเลย ได้รู้เกี่ยวกับมหาลัย,อาจารย์พอควร

และก็กินมื้อเย็นที่ร้านโซบะทำมือ (แต่สั่งอูด้ง) ราคาก็แพงเหมือนกัน ชามนี้ 880 เยนแน่ะ แต่เส้นนุ่มอร่อยมาก ขอบอก ^^ จากนั้นก็กลับมาสถานีเพื่อขึ้นรถบัสกลับหอ... ก่อนกลับ นอกจากซื้อของที่ซูเปอร์แล้ว ด้วยความอยาก ก็เลยซื้อWii Fit ติดมือกลับมาด้วย เหอๆ มันหนักดีจริงๆ (แน่นอนว่ามันแพงกว่าสั่งAmazon -*- แต่ตูก็ซื้อไปแล้ว)

วันจันทร์ เป็นวันเปิดเรียนวันแรก เราเริ่มเรียนคาบสาม (12.25น.) เรียนเลขที่ง่ายแสนง่าย สอนว่าฟังก์ชั่นคืออะไร อะไรเป็นไม่เป็นฟังก์ชั่น... แต่คาบห้าเรียนญี่ปุ่นAdvancedII... ยาก!! แต่ท้าทายดี ไว้มีโอกาสจะมาบ่นอย่างละเอียดให้ฟัง 


หมอกลงยามเช้า
เอ็นทรี่ที่เกี่ยวข้อง








