玄海原子力発電所見学
วันที่ 5 สิงหาคม อยู่ๆ ก็มีโทรศัพท์จากพี่แก้วโทรมาปลุกตอนแปดโมงครึ่ง ถามว่าอยากไปดูโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไหม ถ้าไปให้ลงมาขึ้นบัสในห้านาที... ไอ้เราก็งงๆ ไม่รู้อะไรเป็นอะไร แต่ก็รีบแต่งตัวแล้ววิ่งลงไปขึ้นรถบัสที่หน้าเฮาส์ เพื่อไปชมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เก็งไค อยู่ในจังหวัดซากะ ทางตะวันตกของภูมิภาคคิวชู
佐賀県にある玄海原子力発電所に見学に行ってきました。タイには原子力発電所はないから、結構興味深いです。僕は火力発電所にすら行ったことがないの で、これはとても素敵な機会でした。残念ながら、発電所自体には入れなかったのですが、係員が練習するため(+観光客が見学するため)のミニ発電所には見 学できました。ほかには、ビルの中を回って、ガイドさんからいろんな説明を聞いてました。期末レポートは原子力発電所について書いたので、だいたいすでに 知っていますが、模型などがあって面白かったです。
เอ็นทรี่นี้จะลองใช้ Picasa web album แทนการอัพโหลดภาพในexteenตามปกติดู มีปัญหาอะไรช่วยแจ้งด้วยนะครับ^^
เราเดินทางด้วยรถบัสที่ม.จัดให้ ไปจังหวัดซากะ
ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง ระหว่างทางก็มีการหยุดพักที่Service Area
ของที่ขายที่นี่แพงกว่าปกตินิดหน่อย อย่างชาจากตู้อัตโนมัติก็ 120 เยน
ปกติเห็น 110 เยน
ถึงที่ทานอาหารกลางวัน ได้กินฟรี ฮ่าๆ ร้านนี้ไกด์บอกขึ้นชื่อเรื่องปลาหมึกนะ แต่...
ไหงได้กินชุดไก่คาราอาเกะก็ไม่รู้
แต่ก็อร่อย อิ่ม และที่สำคัญ ไม่ต้องจ่ายตังค์!
แถมยังได้กินเยอะเนื่องจากพี่แก้วยกให้อีกชิ้นอีกต่างหาก
โชยุที่นี่ก็อร่อยดีด้วย
(แต่ปกติเขาจิ้มไก่คาราอาเกะกับโชยุกันเปล่าหว่า?)
ร้านขายของฝากของร้านอาหาร แพงๆ ทั้งนั้น ไม่ซื้อ!
ตู้ขายของอัตโนมัติ พบได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่ราคาสินค้าอาจแตกต่างกันบ้าง
ที่ที่เราได้ทัศนศึกษาคือที่ฝึกงานสำหรับเจ้าหน้าที่ คล้ายๆ ที่ปฏิบัติการในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดย่อม ดูเครื่องจักรแต่ละอย่างแล้ว อยากลองคุม - -+ (จะได้ระเบิด ฮ่าๆ)
การมาทัศนศึกษาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะนอกจากประเทศไทยจะไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ศึกษาแล้ว เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นี้ ยังเป็นหัวข้อที่เราเพิ่งใช้เขียนเรียงความปลายภาควิชาญี่ปุ่นไปอย่างพอดิบพอดี ได้ศึกษาระบบการทำงาน คำศัพท์มาบ้างแล้ว พอได้มาเห็นของจริงกับฟังการอธิบายของไกด์ ยิ่งเข้าใจวิธีการทำงานมากขึ้น
บ่อเก็บเชื้อเพลิง อันนี้สำหรับใช้ฝึกงานเลยไม่ลึกเท่าของจริง จริงๆ ลึกกว่านี้อีก
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หลักการทำงานก็คือการนำเชื้อเพลิงนิวเคลียร์(ในที่นี้คือยูเรเนียม : ウラン) มาทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชั่นในเตาปฏิกรณ์ ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนมหาศาลออกมา แล้วถ่ายเทความร้อนนั้นด้วยน้ำไปหมุนไดนาโมเพื่อปั่นไฟฟ้าออกมา
ฟังคำอธิบายเรื่องการจำลองการทำงานในห้องปฏิบัติการ
พลังงานไฟฟ้าที่ได้นั้นมากกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน /แก๊สธรรมชาติ ฯลฯ มาก แล้วยังปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาน้อยมากเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าแบบอื่นๆ - โรงไฟฟ้าพลังแก๊สธรรมชาติLPG : 608 กรัม/1kWh , ถ่านหิน : 742 กรัม/1kWh , นิวเคลียร์ : 22 กรัม/1kwH (วิกิพีเดียญี่ปุ่น)
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังผลิตไฟฟ้าได้อย่างคงที่ เนื่องจากควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์ได้ ประกอบกับแท่งเชื้อเพลิงที่ใช้มีความเสถียร ใช้ได้นานถึงสามปี จึงไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ไม่ต้องกังวลกับการนำเข้าถ่านหินอย่างโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีปัจจัยทำให้ ต้นทุนผันผวน และยังไม่ต้องกลัวเรื่องเชื้อเพลิงฟอสซิลจะหมดโลกในอนาคตอีกด้วย
กรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือความผิดปกติใดๆ เตาปฏิกรณ์ก็จะหยุดทำงานทันที จึงไม่มีสิทธิ์เกิดระเบิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ได้
สำหรับประเทศญี่ปุ่นซึ่งเกิดแผ่นดินไหวบ่อย ก็ต้องมีการพิจารณาถึงเรื่องภัยจากแผ่นดินไหวด้วย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จึงตั้งอยู่บนแผ่นหินแข็ง และมีระบบป้องกันแผ่นดินไหวอย่างดี จากsimulationที่ได้ชมมา เมื่อเกิดแผ่นดินไหว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะสั่นน้อยกว่าตึกธรรมดาหลายเท่า และจะหยุดทำงานทันทีที่เกิดแผ่นดินไหวด้วย
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ การหยุดพักเครื่อง
การที่มีสถานีดับเพลิงตั้งอยู่ในโรงไฟฟ้า ฯลฯ
ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยอีกมากมาย
อุปกรณ์ทดลองการผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ ใช้ไฟส่อง แล้วให้หันโซลาร์เซลไปทางไฟนั้น พัดลมก็จะหมุน
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมากในการถ่ายเทความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ไปยังไดนาโม จึงต้องตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำ แต่ในกรณีของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นประเทศเกาะ ประกอบกับมีประชากรมาก จึงมีพื้นที่ริมแม่น้ำน้อย จึงต้องตั้งริมทะเลแทน
วิวภายในโรงไฟฟ้า(ฝั่งคนนอกเข้าชม) จากหอสังเกตการณ์สวยกว่านี้เยอะ แต่ถ่ายรูปไม่ได้ ><
ส่วนภายในโรงไฟฟ้าที่ใช้ปฏิบัติการจริงๆ ไม่สวยเท่าไร ต้นไม้น้อย
แม้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน แต่ไกด์ไม่ได้พูดถึงเลย ที่ยังแก้กันไม่ได้ในตอนนี้ก็คือเรื่องขยะกัมมันตรังสี ถึงเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จะนำมารีไซเคิลใช้ใหม่ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ส่วนที่กลายเป็นขยะก็มีเหมือนกัน ในบรรดาขยะเหล่านั้น มีขยะที่เป็นขยะกัมมันตรังสีระดับสูงอยู่ ขยะประเภทนี้จะปล่อยรังสีที่เป็นอันตรายออกมาตลอดช่วงชีวิตของมัน (ซึ่งยาวหลายร้อยหลายพันปี) และยังไม่มีวิธีกำจัดอย่างถาวร
วิธีจัดการขยะกัมมันตรังสีในปัจจุบันคือการเก็บไว้ในตัวโรงไฟฟ้าเอง ส่วนในอนาคต หลายประเทศวางแผนว่าจะเก็บในวัสดุที่เหมาะสมแล้วฝังลึกลงไปในชั้นหินแข็ง ซึ่งทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจว่าฝังไว้ในชั้นหินอย่างนั้นจะปลอดภัยไปตลอดจริงหรือ
ตอนนี้ก็มีการคิดเทคโนโลยีที่ช่วยในการกำจัดขยะกัมมันตรังสีออกมาอยู่ ที่เคยได้ยินมาก็คือการเร่งการปล่อยรังสีให้เร็วขึ้น ทำให้ช่วงชีวิตของมันสั้นลง และสลายไปเร็วขึ้น แต่ก็ไม่รู้นะว่ามีการนำมาใช้รึยัง
ถ่ายกับพี่ปีย์... ผมเรายาวแล้วแฮะ มานี่ยังไม่ได้ตัดเลย ขี้เกียจ - -
ส่วนเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย เราไม่เห็นด้วยเท่าไร เพราะคิดว่าคนไทยยังไม่ค่อยยอมรับ + มีปัญหาเรื่องคอรัปชั่นด้วย
ก็จบไปเรียบร้อยสำหรับเรื่องการทัศนศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เก็งไคที่เราได้ไปมา
บวกกับเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกนิดหน่อยเป็นความรู้ นานๆ ที
บล็อกนี้จะมีสาระนะเนี่ย ขอบคุณพี่ๆ ทั้งสองที่ชวนเราไปมากนะครับ
ทำให้ได้ประสบการณ์ดีๆ
ปล.ใช้เวลาเดินทางไปกลับราวหกชั่วโมง กินข้าวหนึ่งชั่วโมง ทัศนศึกษาแค่สองชั่วโมง
ปล.2 ปิดเทอมฤดูร้อน AP Houseเงียบมาก ชั้นเราฝั่งเรามีอยู่19ห้อง
ตอนนี้มีคนอยู่รวม3ห้องเองมั้ง กลับประเทศ กลับบ้านตัวเองกันเรียบ 
ปล.3 เน็ตหอตอนนี้โหลดบิตและเล่นเกมได้ เร็วสุดขีดอีกต่างหาก
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ขอให้เป็นอย่างนี้ไปตลอดเถอะ!!
(แต่เล่นเกมออนไลน์เซิร์ฟเวอร์ไทยไม่ได้ แลคเกิน ถ้าเซิร์ฟญี่ปุ่นลื่นฉิว)








