2011/Feb/22

วันที่ 15-20 ก.พ. 2011 เราได้มีโอกาสไปเป็นอาสาสมัครร่วมทำกิจกรรมของชมรม PRENGO ชมรมใหญ่ใน APU ที่มีเป้าหมายพัฒนาสภาพแวดล้อมทางการศึกษาให้แก่ท้องถิ่นประเทศไทย ที่ที่เราไปมาคือ โรงเรียนบ้านเขาห้วยมะหาด ตำบลบ้านฉาง จังหวัดระยอง ส่วนอีกที่หนึ่งที่มีอีกกลุ่มไปพัฒนาคือ โรงเรียนบ้านทับกระดาษ จังหวัดสุพรรณบุรี ครับ

เอ็นทรี่นี้จะขออธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำ สิ่งที่ได้รับ และความเห็นต่างๆ ที่มีต่อชมรมหลังได้ร่วมกิจกรรมมาเป็นเวลาห้าวันครับ

อนึ่ง เนื่องจากเราไม่ใช่สมาชิกของชมรม และมีโอกาสร่วมกิจกรรมแค่เพียงห้าวัน จึงต้องขออธิบายจากมุมมองของคนนอก อาจมีบางเรื่องที่อธิบายไม่ถูกต้องครับ


Photobucket

ภาพรวมของ PRENGO

ภารกิจของ PRENGO คือการพัฒนาการศึกษารวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อแก่การศึกษาให้แก่พื้นที่เป้าหมาย ผ่านโครงการต่างๆ ที่จะอธิบายต่อไป สำหรับที่โรงเรียนบ้านเขาห้วยมะหาดนี้ ได้มาทำกิจกรรม (น่าจะ) กว่าเจ็ดปีแล้ว ในขณะที่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพิ่งมาเริ่มได้ไม่นาน

PRENGO ดำเนินงานโดยนักศึกษา APU มีนักศึกษาญี่ปุ่นเป็นสมาชิกหลัก และประสานงานกับนักศึกษาไทยเพื่อให้ดำเนินงานที่ไทยได้ราบรื่น สมาชิกส่วนใหญ่อยู่ปีหนึ่ง-สอง มาทำกิจกรรมพัฒนาที่ไทยทุกๆ ปิดเทอม (เดือนสิงหาคมกับเดือนกุมภาพันธ์) ส่วนระหว่างเปิดภาคเรียนของ APU มีการประชุมใหญ่สัปดาห์ละสองครั้ง และประชุมย่อยของแต่ละหมวดอีกตามแต่จะกำหนด

โครงการต่างๆ

เท่าที่รู้ PRENGO แบ่งหมวดภายในออกเป็นสี่หมวดหลักๆ เพื่อทำโครงการสี่โครงการ คือ

  1. Education: ทำเรื่องการศึกษา เข้าไปสอนหนังสือเด็กประถม วิเคราะห์ปัญหาที่โรงเรียนประสบและหาทางแก้ไข
  2. Sato-oya (ผู้ปกครองอุปถัมภ์) : คัดเลือกนักเรียนที่อยากเรียนแต่ประสบปัญหาทางการเงิน เพื่อให้ทุนการศึกษา รวมทั้งติดตามความเป็นอยู่
  3. OTOP (หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์) : ส่งเสริมการทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตำบล และช่วยนำไปจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่ชาวบ้าน ผลิตภัณฑ์ปัจจุบันคือกางเกงเล
  4. OSOP (หนึ่งโรงเรียนหนึ่งผลิตภัณฑ์): ส่งเสริมการทำผลิตภัณฑ์ของแต่ละโรงเรียน

แต่ละโครงการจะมีหัวหน้า มีการประชุมรายงานผลกิจกรรมทุกๆ คืนที่ไทย

กิจกรรมที่ได้ร่วม

              การไปทริปเพรงโกะครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเรา ที่ไปก็เพราะอยากสัมผัสกิจกรรมชมรม, สภาพความเป็นจริงของโรงเรียนที่ไปพัฒนา และเพื่อลองเป็นล่ามไทย-ญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตดู ก็จะขอเล่ากิจกรรมในแต่ละวันดังต่อไปนี้ครับ

              อนึ่ง เนื่องจากบันทึกละเอียดมาก หากไม่สนใจก็ข้ามไปดูสรุปตอนท้ายได้ครับ

อ. 15 ก.พ. 2011

              ถึงโรงแรมบ้านแก้วรีสอร์ท พัทยานาเกลือตอนเย็น เจอเพื่อนคนไทย หลังเก็บของเสร็จก็เข้าฟังประชุม ฟังกิจกรรมที่ชมรมไปทำมาในวันนั้น ราวช.ม.ได้ จากนั้นก็ถูกจัดไปอยู่หมวด OTOP เข้าฟังประชุมย่อยต่อ สรุปย่อว่า หมวด OTOP มีสมาชิกเป็นคุณป้าชาวไทย (現地メンバー) อยู่ 5 คน โดยได้ผลิตกางเกงเลและจัดส่งไปให้เพรงโกะขายที่ญี่ปุ่นเพื่อเป็นรายได้เสริมมาพักหนึ่งแล้ว ขณะนี้กำลังทดลองทำชุดวันพีซ​ (ชุดแสก?) อยู่ แต่ต้องแก้เนื้อผ้าและดีไซน์บางจุด เราจึงต้องอธิบายให้คุณป้าสมาชิกฟังวันรุ่งขึ้น อีกข้อหนึ่งคือ OTOP ต้องการเพิ่มจำนวนสมาชิกที่ไทย จึงอยากดูว่าหากรับสมาชิกใหม่มา คุณป้าจะสามารถสอนการเย็บกางเกงเลได้หรือไม่ ด้วยการให้คุณป้าสอนสมาชิกชาวญี่ปุ่นเย็บกางเกงเล และเพื่อนำกางเกงเลนั้นไปใช้ในงานวันสุดท้ายด้วย จึงต้องการให้เราช่วยเป็นล่ามแปลคำอธิบายให้

Photobucket ประชุมแต่ละวันในห้องพัก

พ.16 ก.พ. 2011

              ตอนเช้า 7:30 น. ออกเดินทางด้วยรถตู้ไปโรงเรียนบ้านเขาห้วยมะหาด อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เมื่อไปถึง ก็เข้าไปสอนคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เพรงโกะทำทุกเช้าที่นี่ เราสอนชั้นป.4 ที่มีนักเรียน 9 คน เราเข้าไปเป็นคนอธิบาย, จับเวลา และบอกเวลา ส่วนสมาชิกเพรงโกะชาวญี่ปุ่นเป็นคนแจกชีท, ตรวจคำตอบ กิจกรรมที่ทำคือ ให้นักเรียนทำโจทย์บวกเลขสิบ (1+ x = 10, 7 + x = 10 พวกนี้) ลบเลข และบวกเลขร้อยช่อง (เป็นตาราง 10x10 ช่อง หัวแถวกับสดมภ์มีตัวเลข ให้นำมาบวกกันแล้วเติมคำตอบในตาราง) แล้วบันทึกเวลาที่ได้ เพื่อเปรียบเทียบการพัฒนากับครั้งก่อน โดยเฉพาะการทำเลขร้อยช่อง ทำให้นักเรียนบวกเลขพื้นฐานได้คล่อง และมีสมาธิจดจ่อมากขึ้นเพราะต้องทำถึงร้อยช่องนั่นเอง

Photobucketโรงเรียนบ้านเขาห้วยมะหาด

Photobucketให้เด็กป.4 ทำโจทย์เลข

              อนึ่ง ตามจริง เด็กป.4 ควรจะทำได้มากกว่าบวกเลขหลักหน่วยแค่นี้ แต่เนื่องจากสภาพการศึกษาของโรงเรียนนี้ไม่สู้ดีนัก จึงต้องให้ทำเพียงเท่านี้ และยังมีความต่างของคนที่เก่งและอ่อนชัดเจนมากด้วย (คนที่อ่อนหน่อยยังต้องนับนิ้วอยู่เลย)

              ช่วงสายๆ ว่าง ก็มีตรวจคำตอบเลขให้เด็กบ้าง แปลความเห็นของเด็กๆ ที่มีต่อกิจกรรมค่ายซึ่งเพรงโกะจัดขึ้นในช่วงก่อนที่เรามาเข้าร่วมกิจกรรมบ้าง ตอนนั้นอึดอัดนิดหน่อยที่ไม่มีสัญญาณมือถือ เลยทวีตไม่ได้ truemove, dtac ไม่มีสัญญาณ มีแต่ AIS เจ้าเดียว

              บ่ายโมงหน่อยๆ ไปดูห้องคอมฯ ของโรงเรียน ที่อาจารย์ปล่อยให้เด็กป.4 เข้ามาใช้อย่างอิสระ (น่าจะจนถึงเลิกเรียน) บอกตามตรงว่าเป็นเรื่องที่แย่มาก เพราะเด็กเอาแต่เล่นเกม ไม่ได้ใช้เรียนรู้อะไรสักนิด พวกญี่ปุ่นเลยอยากให้เด็กได้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์บ้าง โดยให้เราหาเกมฝึกพิมพ์ดีดให้น้องๆ เล่น ก็มีบางคนที่เล่นแล้วดูสนใจดี ก็นับว่าดีกว่าให้เล่นเกมแฟลชบนเว็บไซต์น่ะนะ แต่น้องแต่ละคน จิ้มดีดกันหมด ก็อย่างว่า เล่นแต่เกมใช้เมาส์กับลูกศรกัน ก็เป็นอย่างนี้...

Photobucketเกมฝึกพิมพ์ที่โหลดมาลง เสียดายที่เป็นตัวทดลอง ตัวเต็มต้องซื้อ

              ระบบการสอนของโรงเรียนนี้คือ ครูหนึ่งคนต่อเด็กหนึ่งชั้น สอนทุกวิชา แต่ในความเป็นจริง ได้ยินมาว่าครูอยากสอนอะไรก็สอน หรือจะไม่สอนก็ไม่สอนเลยก็มี (อย่างการปล่อยเด็กเล่นคอมนี่ก็ใช่) ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมากของโรงเรียนนี้ จากที่ได้คุยกับท่านผ.อ.มา การแก้ไขต้องค่อยเป็นค่อยไป และต้องทำให้ครูมีความรับผิดชอบต่อนักเรียนให้มากขึ้นด้วย

              ตอนบ่ายแก่ๆ ไปเป็นล่ามให้คุณพ่อคุณแม่ของรุ่นพี่นักศึกษา APU ที่ให้อุปการะนักเรียนไทยคนหนึ่งอยู่ ก็ได้เข้าไปบ้านของนักเรียนที่รับอุปการะ อธิบายชีวิตความเป็นอยู่ สภาพครอบครัว ดูสวน เล้าเป็ดเล้าไก่ ฯลฯ (ดันไปแปลเรื่องที่เอาต้นกล้วยมาทำอาหารเป็ดเป็นอาหารคน ดีที่ยังแก้ทัน - -‘ ไม่มีพื้นในเรื่องที่จะแปล ก็ทำให้แปลผิดจริงๆ)

              ราวหกโมงเย็น ทำกิจกรรม OTOP ขณะที่กลุ่มอื่นๆ ไปเยี่ยมบ้านเด็กที่เพรงโกะอุปการะ (家庭訪問) เราอธิบายเรื่องที่ทางกลุ่มต้องการบอกคุณป้าชาวไทย จากนั้นก็เป็นล่ามแปลคำอธิบายการใช้จักรเย็บผ้าให้สมาชิกชาวญี่ปุ่นซึ่งไม่เคยใช้มาก่อน มีทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่สุดท้าย ทุกคนก็ดูจะรู้วิธีใช้ และเย็บจริงได้แล้ว แต่เย็บให้ตรง หรือจับโค้งได้ไม่ได้นี่อีกเรื่อง...

Photobucketสมาชิกชมรมเรียนการใช้จักร

              หลังเสร็จ OTOP รถตู้ก็มาส่งที่โลตัสพัทยา แยกย้ายกันหาของกิน เห็นว่ากินที่นี่ทุกมื้อเย็น เพราะสะอาด และมีให้เลือกกินหลายอย่าง ไม่มีปัญหาใครกินอะไรไม่ได้

              สามทุ่มกว่าๆ หลังกลับถึงโรงแรม ก็มีประชุมรายงานผลประจำวัน น่าจะเกือบสองช.ม. ซึ่งเป็นปกติ (หรือถือว่าสั้นด้วยซ้ำ) ของประชุมชมรมนี้ เพราะแต่ละหมวดจะรายงานกิจกรรมโดยละเอียด และหากมีปัญหา ก็จะถกกันยาว ในประชุม คนไทยจะไม่ค่อยมีโอกาสได้พูดเท่าไร คงเพราะฟังไม่เข้าใจเป็นหลัก เนื่องจากคนญี่ปุ่นพูดกันเอง ไม่ได้หันมาพูดช้าๆ กับเราให้เข้าใจ จะพูดช้าก็ตรงเรื่องกำหนดการ และเรื่องที่จะขอให้คนไทยช่วยเป็นหลัก

 

พฤ.17 ก.พ. 2011

              วันนี้วันแข่งกีฬาประจำอำเภอ จึงไม่มีเรียน เท่ากับว่าเรามาสอนเด็กเมื่อวันที่แล้ววันเดียว...  สายๆ ออกเดินทางไปวัด----- เพื่อให้คนญี่ปุ่นดูงานแข่งกีฬาของเด็กๆ ส่วนเราเหรอ... ไปถึงก็หาที่ร่มๆ นั่งอ่านหนังสือสงบๆ เลย -.-

Photobucketงานแข่งกีฬา

              ประมาณเที่ยง เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นสองท่านทานอาหารข้างนอก (แผงลอย, อาหารโรงเรียน) ไม่ได้ เพราะจะท้องเสีย เราจึงได้รับมอบหมายให้พาไปทานอาหารที่โลตัสระยอง โดยพี่คนขับรถตู้พาไปให้ ก็ช่วยนำทาง สั่งอาหารให้ แล้วก็ได้แปลจดหมายที่น้องที่ได้รับอุปถัมภ์เขียนส่งถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วย

              ที่จริง ได้ยินว่าเรื่องคุณพ่อคุณแม่สองท่านนี้ทำให้คนวางแผนกิจกรรมหัวเสียเล็กน้อย เพราะได้ยินแค่ว่าจะมีคนญี่ปุ่นมาเพิ่มอีกสองคน ไม่รู้ว่าจะเป็นผู้สูงอายุสองท่านนี้ จึงไม่ได้จัดเตรียมอะไรไว้เป็นพิเศษ อย่างเรื่องพาไปโลตัสนี่ก็นอกกำหนดการเหมือนกัน... เลยเป็นเรื่องให้บ่นกับคนญี่ปุ่นอีกเรื่องหนึ่ง

              บ่ายๆ พาสมาชิกเพรงโกะไปตลาดน้ำสี่ภาค พัทยา นั่งรถราวหนึ่งช.ม. กว่าจะถึง ก็พาสมาชิกกลุ่มหนึ่งลงเรือเมล์ไปอีกฝั่ง เสียไป 75 บาท… ซึ่งจริงๆ คนไทยควรเสียแค่ 35 บาท แต่ตอนขึ้นกลับไม่มีป้ายบอกอะไรทั้งสิ้น ไปถามเคาน์เตอร์ด้วยภาษาไทยชัดเจน เขาก็บอกมาว่า 75 บาท มามีป้ายบอกราคาสองมาตรฐานก็ตอนทางขึ้นท่าอีกฝั่งนู่น รู้สึกแย่ชะมัด หากินกับคนไทยด้วยกันแบบนี้ ไม่รู้ข้อมูล เลยได้เสียค่าโง่เลย

Photobucketนั่งเรือ ตลาดน้ำสี่ภาค (พัทยา)

              ตอนเย็น... นั่งรถอีกช.ม.กว่า กลับไประยองอีกรอบเพื่อไปเยี่ยมบ้านเด็กที่ได้รับทุน (家庭訪問) เป็นครั้งแรกของเราที่ได้ไป มีหลังหนึ่ง ไม่เจอเด็ก เจอแต่คุณยาย คุณยายบอกว่าน้องเขาอยากเรียนแต่ไม่มีเงินก็เลยหยุดไป ได้รายได้ผู้สูงอายุเดือนละ 500 บาท แต่ดูจากสภาพบ้าน ของที่มี ยังไงๆ ก็ทะแม่งๆ แถมได้รู้ทีหลังว่าพอพูดกับน้องเขาตรงๆ ก็ดูท่าทางฮึดฮัดไม่อยากไปเรียนเท่าไรด้วย...

Photobucketบริเวณบ้านที่ไปเยี่ยม

              คนถัดไปเป็นนักเรียนหญิงม.ปลายที่คุณพ่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นสองท่านนี้อุปถัมภ์อยู่ อยู่ในบ้านใหญ่สามครอบครัว มีน้องชาย,น้องสาวอีกรวมสองคน น้องคนนี้ดีมากๆ มีสัมมาคารวะ เรียบร้อย GPA ดี ได้พูดคุยเรื่องอนาคต ก็มีเป้าหมายคณะที่จะเข้าไว้อย่างดี อยากเป็นครูประถมเพราะอยากช่วยโรงเรียนที่ตัวเองเคยเรียน, ถึงตอนที่เรียนจบ จะมีครูเกษียณเยอะ น่าจะหางานได้ง่าย เป็นคนที่สมควรได้รับทุนจริงๆ แถมยังเลี้ยงผัดหมี่ให้สมาชิกเพรงโกะทุกคนอีกแน่ะ

              แต่อีกคนนึง เด็กผู้ชายม.ต้น น่าตัดทุนทิ้งมาก เรียกออกมาปุ๊บ หน้าตาท่าทางรำคาญมาก ถามว่าอยากเรียนต่อสายไหน ตอบ “ไม่รู้” คำเดียว คิดจะเข้าคณะอะไร ก็ไม่รู้อีก คือไม่ใช่ไม่รู้จริงๆ แต่ไม่อยากตอบมากกว่า ถามว่าชอบอะไร... เกม เลยพอจะเดาได้ว่ามันติดเกมแหงๆ... ที่แย่ที่สุดคือ เพรงโกะขอให้พูดอะไรถึงพี่คนที่ให้ทุนหน่อย ก็ทำท่าไม่สนใจ บอกไม่รู้จะพูดอะไร พวกเราเลยบอกให้พูดชื่อตัวเอง แล้วก็ขอบคุณก็ได้ มันก็พูดงี้เลย “(ชื่อ)​ ขอบคุณ”... ทุเรศมาก มีรุ่นน้องอีกคนคุยกับคุณแม่เขาอยู่ ก็ได้ความว่าคุณแม่เขาพูดจาปกป้องเด็กคนนี้มาก แต่ดูจากพฤติกรรมเด็กแล้ว รอดยาก (*ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ)

              และอีกคนหนึ่ง นักเรียนหญิงม.ปลายที่เคยได้รับทุนแต่ถูกยกเลิกทุนไป เหตุผล ได้ยินว่าเป็นเพราะย้ายบ้านใหม่ ที่ปลูกมาดูดีมาก ทำให้คนที่มาดูครั้งก่อนๆ คิดว่าน่าจะมีเงินพอแล้ว ซึ่งทางน้องเขาและคุณแม่ก็ยอมรับว่าบ้านทำมาดี เพราะเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต และทำรั้วรอบมิดชิดเพราะบ้านเปลี่ยว ฝั่งตรงข้ามมีพวกแรงงานทำงานอยู่ ซึ่งก็ฟังขึ้นเพราะสภาพรอบๆ เป็นอย่างนั้นจริง แต่รายรับแต่ละเดือนไม่ได้มากเลย เพราะคุณแม่ทำงานโรงงาน และพักหลังนี้ต้องรีบกลับมาดูแลลูก เลยไม่ได้ค่า OT อีก จึงคิดว่าถ้ามีทุนสนับสนุน ก็คงส่งเสียเรียนต่อได้มากขึ้น ส่วนลูกก็เกรดดีพอตัว ตั้งเป้าหมายว่าจะสอบเข้าคณะแพทย์จุฬาฯ สำหรับคนนี้ ความเห็นเราคือ ถึงเขาจะไม่ได้ขัดสน แต่ก็น่าให้ทุนเพื่อคนที่ตั้งใจเรียน/เรียนดีอยู่ ยังไงก็ดีกว่าเอาทุนไปให้คนที่ดูไม่คิดจะเรียนหลายคนแน่นอน

Photobucketรุ่นน้องสองคนเกาะรั้วถามว่ามีใครอยู่มั้ย ฮ่าๆ

              เสร็จงานก็กินข้าวที่โลตัสตามเดิม พอสามทุ่มกว่าก็ประชุมสรุปผล เสนอความเห็น เราก็พูดๆ เรื่องน้องคนสุดท้ายที่ถูกตัดทุนไปให้เขาพิจารณาเล็กน้อย

              ประชุมจบ มีงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ (飲み会) ที่มีคนร่วมราวสิบคนได้ ทั้งไทยและญี่ปุ่น เหมือนงานกินขนมมากกว่า และเราก็ได้ดื่มเหล้าไปจิบนึงจนได้ - - (ยังอายุไม่ถึง 20 ตามกฎหมายญี่ปุ่นห้ามดื่มนะ!!) ตอนคุยกันนี่สอนคำหยาบกันไปกันมาสนุกสนานมาก ไอ้เราโดนหมายหัวเป็นคนไม่ดีไปละ โทษฐานสอนคำหยาบภาษาญี่ปุ่นให้รุ่นน้อง 555+

ศ.18 ก.พ. 2010

              วันนี้วันพักผ่อน ไปเกาะล้านกันทั้งชมรม คนญี่ปุ่นเตรียมอุปกรณ์เล่นทะเลกันเต็มที่ ส่วนเรา... ใส่เสื้อลายดอกที่โดนรุ่นน้องที่ไม่ขอเอ่ยนามสองคนยุให้ซื้อ (lol) เพื่อไปนั่งหลับเฝ้าของริมหาดนั่นแหละ

Photobucketแก๊งค์เสื้อลายดอก orz

              การเดินทางใช้รถสองแถวไปถึงท่าเรือ แล้วก็ขึ้นเรือข้ามฟาก 30 บาท นั่งโคลงไปเคลงมาราว 1 ช.ม ไปถึงก็เช่าที่นั่งริมหาด ที่มีร่มกางกันแดดไว้สิบที่เพื่อวางของ ขณะที่ทุกคนไปเล่นน้ำทะเล ส่วนเรา... หลับยาวสองช.ม. --จบการเที่ยวเกาะล้าน-- (จริงๆ มีเดินเล่น ถ่ายรูปให้คนอื่นบ้าง แต่ของในเกาะล้านมันแพงจริงๆ)

              ขากลับนั่งเรือเหมือนเดิม แต่ตอนรอสองแถวมีปัญหานิดหน่อยตรงที่ต้องรอคันที่เราโทรจองไว้ตอนเช้า ทั้งที่มีคันอื่นจอดรออยู่ตรงท่าเรืออยู่แล้ว เลยต้องตากแดดร้อนๆ กันไปพักใหญ่

              ถึงโรงแรม คนอื่นอาบน้ำอาบท่ากัน เพราะไม่ได้อาบที่เกาะล้านเนื่องจากมันแพง หลังจากนั้นก็ออกไปหาข้าวเย็นกินตามเดิม แต่เราหลับสนิท ยาวจนวันรุ่งขึ้นเลย = = ยังงงๆ อยู่ว่าเพราะเหล้าหนึ่งจิบ หรือเพราะเมาเรือกันแน่ 

PhotobucketPhotobucketPhotobucketบรรยากาศเกาะล้าน

ส.19 ก.พ. 2011

              วันนี้วันสบายๆ อีกวันหนึ่ง เอาเข้าจริง เรามาทำงานหลักๆ แค่วันที่ 16 วันเดียวก็ว่าได้ มีกิจกรรมของ OTOP ตอนบ่ายที่โรงเรียนห้วยมะหาด สมาชิกเพรงโกะชาวญี่ปุ่นจะเย็บกางเกงเลให้เสร็จ จึงให้คุณป้าคนไทยสอนเหมือนเดิม ใช้จักรเย็บผ้าเย็บยาวแล้วทีนี้ แต่กว่าสมาชิกทั้งสี่คนจะใช้จักรเย็บได้ก็ลำบากใช่เล่น โดยเฉพาะจักรแบบขาเหยียบ ที่เริ่มต้นใช้ยากมาก เพราะต้องจับจังหวะที่จะหมุนจักรด้านบนด้วยมือ และใช้เท้าถีบต่อให้ได้ก่อน แต่สุดท้ายก็ทำกางเกงเลออกมาสำหรับใส่วันรุ่งขึ้น (จัดงานลาที่วัด) สำเร็จกันตอนเย็นๆ จนได้

Photobucketเย็บกางเกงเลทำมือต่อ

              ตอนบ่าย เราถูกเรียกตัวเข้าไปดูห้องคอมเพราะฝ่าย Education จะลง Skype ให้คอมทุกเครื่องเพื่อให้เด็กได้ใช้ติดต่อกับเพรงโกะเพื่อเรียนรู้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีการปรึกษาล่วงหน้ากับคนไทยเลยซักนิดเดียว เราค้านไปแล้วล่ะว่าเด็กมันจะไม่เอาไปใช้เรียน เพราะเรายังไม่ได้สอนและจัดอบรมจริงๆ ให้เขา ดูเด็กแทบทั้งหมดเห็นคอมเป็นเครื่องเล่นเกมแบบนี้ ขืนลง Skype + ติดเว็บแคม, ไมโครโฟนให้ รับรองไม่ได้เอาไปใช้ด้านการศึกษาแน่ จะให้คุยกับสมาชิกเพรงโกะที่ญี่ปุ่นเหรอ? คิดว่าจะคุยกันตัวต่อตัวรู้เรื่องรึไง... นี่แสดงให้เห็นชัดว่าเขาไม่เข้าใจพื้นการศึกษาไทยดีพอ

              ไอเดียลง Skype ให้คอมฯ ครูใหญ่เพื่อใช้ติดต่อน่ะดี แต่ให้เด็กๆ ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันด้านเทคโนโลยีใช้ ก็เหมือนยื่นดาบให้เขาแทงตัวเองซะเปล่า แต่ถึงจะพูดความเห็นค้านไป สุดท้ายคนญี่ปุ่นก็ลง Skype ไว้ให้คอมโรงเรียนทุกเครื่องอยู่ดี แต่ยังไม่ติดเว็บแคม, ไมค์ (ทำงี้เหมือนไปลง bloatware ให้ชัดๆ ใช้การไม่ได้เนี่ย = = บอกว่าจะเริ่มจากการแชท เฮ้อ... พิมพ์ไทยยังไม่เป็นกันเลยนะนั่น)

Photobucketโรงเรียนยามเย็น

              ช่วงเย็น เราออกไปดูบ้านเด็กที่ได้ทุนต่อ แต่คราวนี้ไปกับรุ่นน้องที่รู้งานดี เลยไม่ได้ทำอะไรมาก ช่วยแปลนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง แต่เจอบ้านนึง คนข้างบ้านบอกว่าพ่อของเด็กอยู่ที่บ้านนี้ แต่เด็กไม่รู้อยู่ไหน... ส่วนตัวพ่อทำงาน กลับค่ำๆ เลยไม่ได้คุยกันตรงๆ สังหรณ์ไม่ดีชอบกล =o=

PhotobucketPhotobucketบรรยากาศบริเวณบ้านที่ไปเยี่ยม

              ประชุมตอนค่ำวันนี้ สรุปผลและแจ้งกิจกรรมวันรุ่งขึ้นเหมือนเดิม แต่ตอนใกล้จบมีให้พูดความเห็นต่อเพรงโกะทั้งหมด คนไทยเราเลยใส่เต็มที่ (เป็นภาษาอังกฤษ) สรุปหลักๆ ที่เราจับความได้มีสามข้อคือ 1.ให้ปรึกษากับคนไทยก่อนจะทำอะไร 2.ให้พยายามพูดกับเราเป็นภาษาอังกฤษ 3.ให้บอกกำหนดการล่วงหน้า ไม่งั้นถึงเวลาก็ไม่รู้ต้องทำอะไร หรืออยู่ๆ ก็โดนใช้ให้ทำงานโดยไม่บอกล่วงหน้าอย่างที่เป็นบ่อยๆ

              หลังประชุมจบ เราก็โดนเรียกตัวไปหลายที่พอควร อันแรกคือไปฟังกำหนดการงานวันรุ่งขึ้น อีกอันคือไปหาฝ่าย Education เพื่อฟังเรื่องปัญหาที่จะต้องพูดกับครูใหญ่ (เล่นเอาตกใจ ตูเคยพูดกับอ.ใหญ่นานๆ ซะที่ไหนล่ะ แถมมาพูดถึงปัญหาของร.ร.เขาซึ่งๆ หน้าอีก) แล้วก็ผลการดำเนินงานที่เพรงโกะทำ, ข้อเสนอที่ฝ่ายการศึกษาคิด หมดนี่เป็นภาษาญี่ปุ่น ให้เราเป็นคนพูดไทยกับครูใหญ่โรงเรียน เนื้อหาไม่ได้ยากหรอก แต่มันชวนหดหู่น่ะนะ โดยเฉพาะเรื่องอาจารย์ไม่สอนเด็ก... คิดไม่ตกเลยล่ะว่าจะแก้ยังไง

อา.20 ก.พ. 2011

              วันสุดท้ายของการทำกิจกรรมที่โรงเรียนมะหาด ชมรมเพรงโกะจัดงานสันทนาการขึ้นที่วัดภูดรนิ่มเสนาะ ใกล้ๆ โรงเรียน โดยเชิญเด็กๆ และผู้ปกครองมาร่วม วันนี้ถือว่ามหัศจรรย์มากที่มีกำหนดการมาให้ด้วย!

              เพรงโกะไปถึงราวเก้าโมงเพื่อเตรียมสถานที่ รับลงทะเบียน  ฯลฯ กิจกรรมที่จัดมีการเต้น AKB Dance โดยสมาชิกญี่ปุ่น รายงานผลกิจกรรมต่างๆ ที่ทำ การแสดงโดยเด็กนักเรียน เดินแฟชั่นโชว์กางเกงเลที่ทำเมื่อวันเสาร์ ฯลฯ ระหว่างนั้นมีปัญหาเกิดขึ้นพอควร อย่างเช่น ก่อนการเต้น AKB มีคนมาไหว้พระ รับพรพระอยู่ใกล้ๆ ก็เลยต้องรอ คนไทยเราหาทางทำให้เด็กเงียบ โดยการบอกให้ประนมมือรับพรด้วยกันซะเลย ส่วนตรงที่นานสุดคือตอนพระฉันเพลสิบเอ็ดโมง ที่ใช้เสียงไม่ได้จนกว่าจะฉันเพลเสร็จ ตรงนี้ทำอะไรไม่ได้ ปล่อยเด็กเล่นกันเองท่าเดียว = =

Photobucketรายงานผลกลุ่ม OSOP ที่ไปขายถุงผ้าลดโลกร้อนทำมือของเด็กๆ

Photobucketสองยอดพิธีกรของพวกเรา

PhotobucketAKB Dance!!

              ช่วงพักเที่ยงนี่เหนื่อยมาก เพราะตั้งแต่สิบเอ็ดโมงก็ต้องเตรียมอาหารกลางวันหลายร้อยที่ อย่างเราเป็นฝ่ายยกแกงไปเสิร์ฟในวงทานข้าวของเด็ก ก็ยกไปยกมาน่ะแหละ แล้วยังไม่ทันกินข้าวก็ต้องคุยกับครูใหญ่ตามที่ฝ่าย Education ขอให้ทำละ ดีที่มีรุ่นน้องอีกคนช่วยคุยด้วย เลยไม่อึดอัดนัก หลักๆ คือครูใหญ่ก็ทราบปัญหา และจะรับข้อเสนอของเพรงโกะไป แต่คงต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะปัญหาหลักอยู่ที่ตัวอาจารย์คนอื่นๆ ที่อาวุโสแล้ว ปรับอะไรต่างๆ ยาก

              คุยกับครูใหญ่เสร็จก็ไปเป็นพิธีกรอธิบายเรื่องผลดีของการทำเลขร้อยช่อง พูดเรื่องเด็กป.4 ที่ได้ทำเลขร้อยช่องทุกวันๆ ได้คะแนนกับเวลาดีกว่าตอนวัดครั้งก่อนมาก จากนั้นก็ให้เด็กทำเลข 50 ช่อง แจกรางวัลให้คนที่ทำเร็วสุดไป จริงๆ เรื่องการพูดต่อหน้าที่ประชุมชนนี่เราอ่อนมากเลยนะ ไม่อยากทำเท่าไร แต่พอดีได้มีส่วนร่วมตรงนี้บวกกับพูดแค่แป๊บเดียว+มีคนอื่นช่วย ก็เลยทำไป...

Photobucketจับไมค์พูดบ้างอะไรบ้าง...

              บ่ายกว่าๆ คนส่วนใหญ่ของชมรมพาเด็กๆ ออกไปเล่นเกมที่ลานวัด ส่วนข้างในวัด ตัวแทนจากแต่ละฝ่าย (OTOP, OSOP, Education มั้ง) มาตั้งวงคุยกับผู้ปกครองเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หรืองานที่ทำ อย่างของ OTOP เรา เรื่องหลักคือบอกให้ผู้ปกครองรู้ว่ากางเกงเลที่เย็บส่งไปขายที่ญี่ปุ่น ทำรายได้พิเศษต่อคนปีละประมาณหนึ่งหมื่นบาท เพื่อหวังเชิญชวนให้มีผู้ร่วมทำมากขึ้น และอีกเรื่องคือ ขอความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาหรือปรับปรุง ทำให้ได้ความเห็นเรื่องการติดโลโก้หรือสิ่งที่แสดงความเป็นเพรงโกะ, การเพิ่มช่องทางขายออนไลน์ เข้ามา แต่ถึงอย่างนั้น คนที่เสนอความเห็นก็มีอยู่ไม่กี่คน และส่วนใหญ่เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมไม่ทางใดก็ทางหนึ่งทั้งนั้น เป็นปัญหาให้ขบคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไรถึงจะให้คนส่วนใหญ่มีส่วนร่วมได้

              หน้าที่เราหลังการรายงานคือการฟังคำถามแล้วแปลให้สมาชิกญี่ปุ่น แล้วก็แปลคำตอบกลับเป็นไทยอีกที เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเรามากๆ แล้วก็ได้รู้ข้อบกพร่อง ความอ่อนประสบการณ์ด้านการเป็นล่ามอีกเยอะ ^^ การมาร่วมกิจกรรมครั้้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ของเราเลยล่ะ

              จบการพูดคุยขอความเห็น เข้าสู่พิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกสายสิญจน์ ปิดงาน นั่งรถตู้กลับ ในรถตู้เราจัดการแปลเรื่องที่คุยกับครูใหญ่เสร็จ ก็เป็นอันหมดหน้าที่ของเราเรียบร้อย ส่วนสมาชิกเพรงโกะคนอื่น ต้องเดินทางไปสุพรรณบุรีเพื่อทำกิจกรรมที่นู่นต่ออีก

Photobucketสภาพคนหมดพลังงาน

Photobucket
ส่งสมาชิกเพรงโกะขึ้นรถทัวร์

 

ปัญหาที่พบ

  • การสื่อสารภาษา ญี่ปุ่นคุยญี่ปุ่น ไม่บอกคนไทยเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ไม่รู้เรื่องกัน
  • ภาษาญี่ปุ่น อย่างเช่นตอนเยี่ยมบ้านเด็กที่ได้รับทุน ต้องแปลไทย-ญี่ปุ่น ใช้เวลามาก หรือเรื่องรายละเอียดกิจกรรมที่ถ้าไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นสักระดับสองคงเข้าใจยากมากๆ
  • ความไม่เข้าใจวัฒนธรรม แน่นอนว่าคนญี่ปุ่นยากที่จะเข้าใจพื้นฐานสังคมไทยได้หมด
  • กำหนดการ ไม่บอกล่วงหน้า ไม่มีรายละเอียดแต่ละวัน บอกแค่ว่าวันนี้จะทำอะไรคร่าวๆ ทำให้เสียเวลาตอนลงมือ แถมเสียค่าน้ำมันรถถ้าต้องวิ่งไปๆ มาๆ ด้วย
  • มีคนไทยอยู่ด้วยแต่ไม่ปรึกษา จะทำก็ทำ ทั้งที่บางเรื่องไม่เหมาะกับสังคมไทย หรือไม่ได้คิดถึงพื้นการศึกษาของเด็กนักเรียน
  • ประชุมพูดรายละเอียดมากจึงนาน แต่ดูผลลัพธ์ไม่คุ้มค่าเวลาที่เสียไปกับการประชุมนัก (ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ)

ปัญหาของโรงเรียน

  • เด็กอ่านเขียนไทยไม่ได้ ทำให้เรียนวิชาอื่นไม่ก้าวหน้าด้วย อันนี้พยายามแก้โดยให้ครูสอนไทยเพิ่ม แต่ก็มีปัญหาที่ตัวครูอยู่ดี จะให้คนญี่ปุ่นมาสอนไทยก็ใช่ที่...
  • ครูส่วนหนึ่งไม่สอน ไม่มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้นักเรียนได้ดี ทำให้พอเพรงโกะไม่อยู่ ก็แย่ลงทันที
  • เด็กที่ได้ทุนที่เพรงโกะให้ เอาเงินไปใช้กับเรื่องที่ไม่ใช่การศึกษา หรือบางคน (น่าจะ) โกหกเรื่องรายรับรายจ่าย

สรุป

            การร่วมกิจกรรม PRENGO ในฐานะอาสาสมัครครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นสภาพโรงเรียนต่างจังหวัดที่ยังต้องได้รับการพัฒนาเป็นครั้งแรก แล้วยังได้ลองทำหน้าที่เป็นล่ามไทยญี่ปุ่นดูครั้งแรกเช่นกัน เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ สำหรับเรา และหวังว่าเราคงทำประโยชน์ให้ชมรมได้ไม่มากก็น้อย

            แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังได้เห็นปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภายในชมรม การประสานงานที่ไม่ดีพอ ความไม่เข้าใจด้านภาษาและพื้นฐานความเป็นอยู่ อีกทั้งปัญหาเรื้อรังของโรงเรียนที่ส่วนหนึ่งมาจากระบบการศึกษาไทยที่ครูต้องคอยป้อนความรู้เด็กด้วย

            หากมีโอกาสและเวลาพอ เทอมหน้าเราว่าจะลองเข้า PRENGO ไปเพื่อช่วยเป็นตัวกลางเพื่อประสานเรื่องภาษา และออกความเห็นดู เพราะเราเองก็อยากให้ประเทศไทยพัฒนาขึ้นอีกเช่นกัน

 

 

            สุดท้าย ขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกคน ที่ให้โอกาสเราร่วมกิจกรรมครั้งนี้มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

 

ป.ล.สำหรับน้องๆ รุ่นใหม่ ถ้าจะเข้า PRENGO โปรดเตรียมใจกับประชุมที่นานแสนนาน และการฟังภาษาญี่ปุ่นที่ไม่รู้เรื่อง (แต่ถึงจะรู้เรื่อง ก็รอฟังสรุปเถอะ มันยาวยืด) แต่ชมรมนี้ถือว่าใหญ่มาก และหากเข้าชมรม จะได้เปรียบตอนหางานด้วย เพราะเขียนลง resume ได้
ป.ล.2 การไปร่วมครั้งนี้เราเป็นเพียงอาสาสมัครคนหนึ่งเท่านั้น แผนการจัดกิจกรรม การติดต่อเรื่องรถ ที่พัก สถานที่ ฯลฯ มีสมาชิกเพรงโกะทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวไทยเป็นคนจัดการ
ป.ล.3 ย้ำอีกครั้ง เอ็นทรี่นี้เป็นมุมมองคนนอกอย่างเรา อาจมีจุดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงได้
ป.ล.4 นี่เอ็นทรี่บล็อกหรือรีพอร์ตเนี่ย Foot in mouth

Comment

Comment:

Tweet


The average pencil is seven inches long, with just a half-inch eraser
#6 by get courses for predictive analytics (216.18.212.218) At 2011-11-14 23:19,
ปัญหาที่ได้สรุปมาก็เป็นพื้นฐานของปัญหาเด็กไทยในภาพรวม

พี่ก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่เมื่อปี 2533
ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่ม.บูรพา
ปร.ด วิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา
เกิดในท้องถิ่นห้วยมะหาด
เห็นปัญหาแล้วก็อยากให้มีคนมาช่วยพัฒนา
อย่างน้อยก็มาช่วยจุดประเด็น และไม่ให้
ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องนิ่งเฉย

สู้ ๆ นะคับ เป็นกำลังใจให้ทุกคน

ปล.ปีนี้ไม่ได้ไปเจอน้อง ๆ ที่มาเลย งานเยอะอ่ะ
ลูกแม่เกียง.
#5 by ลูกแม่เกียง (202.28.78.180) At 2011-09-05 16:11,
I wonder how you got so good. This is really a fascinating blog, lots of stuff that I can get into.
#4 by mayweather vs ortiz (129.121.84.124) At 2011-08-11 16:22,
This article shows good example of cooperation in their country hoping that other country's will follow the same.

http://www.mahut.co.il/index.php?categoryId=40587
#3 by alex (121.54.40.58) At 2011-06-21 07:04,
Pee Chuy,
ไม่ได้มาอ่านนาน....
สุดยอดจริงๆ
อืมๆขิงก็เห็นด้วยเรื่องskype เหมือนกันค่ะ
แล้วพี่กลับไปญี่ปุ่นเมื่อไรอะค่ะ
แล้วเจอกันนะค่ะbig smile
お疲れた。
#2 by ขิง (125.27.43.147) At 2011-03-10 14:42,
REport กับบ่น ต่างหากกกกก
#1 by ZeindGale At 2011-03-02 00:47,

Chuy (ชุย)
View full profile