2011/Feb/22

วันที่ 15-20 ก.พ. 2011 เราได้มีโอกาสไปเป็นอาสาสมัครร่วมทำกิจกรรมของชมรม PRENGO ชมรมใหญ่ใน APU ที่มีเป้าหมายพัฒนาสภาพแวดล้อมทางการศึกษาให้แก่ท้องถิ่นประเทศไทย ที่ที่เราไปมาคือ โรงเรียนบ้านเขาห้วยมะหาด ตำบลบ้านฉาง จังหวัดระยอง ส่วนอีกที่หนึ่งที่มีอีกกลุ่มไปพัฒนาคือ โรงเรียนบ้านทับกระดาษ จังหวัดสุพรรณบุรี ครับ

เอ็นทรี่นี้จะขออธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำ สิ่งที่ได้รับ และความเห็นต่างๆ ที่มีต่อชมรมหลังได้ร่วมกิจกรรมมาเป็นเวลาห้าวันครับ

อนึ่ง เนื่องจากเราไม่ใช่สมาชิกของชมรม และมีโอกาสร่วมกิจกรรมแค่เพียงห้าวัน จึงต้องขออธิบายจากมุมมองของคนนอก อาจมีบางเรื่องที่อธิบายไม่ถูกต้องครับ


Photobucket

ภาพรวมของ PRENGO

ภารกิจของ PRENGO คือการพัฒนาการศึกษารวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อแก่การศึกษาให้แก่พื้นที่เป้าหมาย ผ่านโครงการต่างๆ ที่จะอธิบายต่อไป สำหรับที่โรงเรียนบ้านเขาห้วยมะหาดนี้ ได้มาทำกิจกรรม (น่าจะ) กว่าเจ็ดปีแล้ว ในขณะที่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพิ่งมาเริ่มได้ไม่นาน

PRENGO ดำเนินงานโดยนักศึกษา APU มีนักศึกษาญี่ปุ่นเป็นสมาชิกหลัก และประสานงานกับนักศึกษาไทยเพื่อให้ดำเนินงานที่ไทยได้ราบรื่น สมาชิกส่วนใหญ่อยู่ปีหนึ่ง-สอง มาทำกิจกรรมพัฒนาที่ไทยทุกๆ ปิดเทอม (เดือนสิงหาคมกับเดือนกุมภาพันธ์) ส่วนระหว่างเปิดภาคเรียนของ APU มีการประชุมใหญ่สัปดาห์ละสองครั้ง และประชุมย่อยของแต่ละหมวดอีกตามแต่จะกำหนด

โครงการต่างๆ

เท่าที่รู้ PRENGO แบ่งหมวดภายในออกเป็นสี่หมวดหลักๆ เพื่อทำโครงการสี่โครงการ คือ

  1. Education: ทำเรื่องการศึกษา เข้าไปสอนหนังสือเด็กประถม วิเคราะห์ปัญหาที่โรงเรียนประสบและหาทางแก้ไข
  2. Sato-oya (ผู้ปกครองอุปถัมภ์) : คัดเลือกนักเรียนที่อยากเรียนแต่ประสบปัญหาทางการเงิน เพื่อให้ทุนการศึกษา รวมทั้งติดตามความเป็นอยู่
  3. OTOP (หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์) : ส่งเสริมการทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตำบล และช่วยนำไปจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่ชาวบ้าน ผลิตภัณฑ์ปัจจุบันคือกางเกงเล
  4. OSOP (หนึ่งโรงเรียนหนึ่งผลิตภัณฑ์): ส่งเสริมการทำผลิตภัณฑ์ของแต่ละโรงเรียน

แต่ละโครงการจะมีหัวหน้า มีการประชุมรายงานผลกิจกรรมทุกๆ คืนที่ไทย

กิจกรรมที่ได้ร่วม

              การไปทริปเพรงโกะครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเรา ที่ไปก็เพราะอยากสัมผัสกิจกรรมชมรม, สภาพความเป็นจริงของโรงเรียนที่ไปพัฒนา และเพื่อลองเป็นล่ามไทย-ญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตดู ก็จะขอเล่ากิจกรรมในแต่ละวันดังต่อไปนี้ครับ

              อนึ่ง เนื่องจากบันทึกละเอียดมาก หากไม่สนใจก็ข้ามไปดูสรุปตอนท้ายได้ครับ

อ. 15 ก.พ. 2011

              ถึงโรงแรมบ้านแก้วรีสอร์ท พัทยานาเกลือตอนเย็น เจอเพื่อนคนไทย หลังเก็บของเสร็จก็เข้าฟังประชุม ฟังกิจกรรมที่ชมรมไปทำมาในวันนั้น ราวช.ม.ได้ จากนั้นก็ถูกจัดไปอยู่หมวด OTOP เข้าฟังประชุมย่อยต่อ สรุปย่อว่า หมวด OTOP มีสมาชิกเป็นคุณป้าชาวไทย (現地メンバー) อยู่ 5 คน โดยได้ผลิตกางเกงเลและจัดส่งไปให้เพรงโกะขายที่ญี่ปุ่นเพื่อเป็นรายได้เสริมมาพักหนึ่งแล้ว ขณะนี้กำลังทดลองทำชุดวันพีซ​ (ชุดแสก?) อยู่ แต่ต้องแก้เนื้อผ้าและดีไซน์บางจุด เราจึงต้องอธิบายให้คุณป้าสมาชิกฟังวันรุ่งขึ้น อีกข้อหนึ่งคือ OTOP ต้องการเพิ่มจำนวนสมาชิกที่ไทย จึงอยากดูว่าหากรับสมาชิกใหม่มา คุณป้าจะสามารถสอนการเย็บกางเกงเลได้หรือไม่ ด้วยการให้คุณป้าสอนสมาชิกชาวญี่ปุ่นเย็บกางเกงเล และเพื่อนำกางเกงเลนั้นไปใช้ในงานวันสุดท้ายด้วย จึงต้องการให้เราช่วยเป็นล่ามแปลคำอธิบายให้

Photobucket ประชุมแต่ละวันในห้องพัก

พ.16 ก.พ. 2011

              ตอนเช้า 7:30 น. ออกเดินทางด้วยรถตู้ไปโรงเรียนบ้านเขาห้วยมะหาด อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เมื่อไปถึง ก็เข้าไปสอนคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เพรงโกะทำทุกเช้าที่นี่ เราสอนชั้นป.4 ที่มีนักเรียน 9 คน เราเข้าไปเป็นคนอธิบาย, จับเวลา และบอกเวลา ส่วนสมาชิกเพรงโกะชาวญี่ปุ่นเป็นคนแจกชีท, ตรวจคำตอบ กิจกรรมที่ทำคือ ให้นักเรียนทำโจทย์บวกเลขสิบ (1+ x = 10, 7 + x = 10 พวกนี้) ลบเลข และบวกเลขร้อยช่อง (เป็นตาราง 10x10 ช่อง หัวแถวกับสดมภ์มีตัวเลข ให้นำมาบวกกันแล้วเติมคำตอบในตาราง) แล้วบันทึกเวลาที่ได้ เพื่อเปรียบเทียบการพัฒนากับครั้งก่อน โดยเฉพาะการทำเลขร้อยช่อง ทำให้นักเรียนบวกเลขพื้นฐานได้คล่อง และมีสมาธิจดจ่อมากขึ้นเพราะต้องทำถึงร้อยช่องนั่นเอง

Photobucketโรงเรียนบ้านเขาห้วยมะหาด

Photobucketให้เด็กป.4 ทำโจทย์เลข

              อนึ่ง ตามจริง เด็กป.4 ควรจะทำได้มากกว่าบวกเลขหลักหน่วยแค่นี้ แต่เนื่องจากสภาพการศึกษาของโรงเรียนนี้ไม่สู้ดีนัก จึงต้องให้ทำเพียงเท่านี้ และยังมีความต่างของคนที่เก่งและอ่อนชัดเจนมากด้วย (คนที่อ่อนหน่อยยังต้องนับนิ้วอยู่เลย)

              ช่วงสายๆ ว่าง ก็มีตรวจคำตอบเลขให้เด็กบ้าง แปลความเห็นของเด็กๆ ที่มีต่อกิจกรรมค่ายซึ่งเพรงโกะจัดขึ้นในช่วงก่อนที่เรามาเข้าร่วมกิจกรรมบ้าง ตอนนั้นอึดอัดนิดหน่อยที่ไม่มีสัญญาณมือถือ เลยทวีตไม่ได้ truemove, dtac ไม่มีสัญญาณ มีแต่ AIS เจ้าเดียว

              บ่ายโมงหน่อยๆ ไปดูห้องคอมฯ ของโรงเรียน ที่อาจารย์ปล่อยให้เด็กป.4 เข้ามาใช้อย่างอิสระ (น่าจะจนถึงเลิกเรียน) บอกตามตรงว่าเป็นเรื่องที่แย่มาก เพราะเด็กเอาแต่เล่นเกม ไม่ได้ใช้เรียนรู้อะไรสักนิด พวกญี่ปุ่นเลยอยากให้เด็กได้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์บ้าง โดยให้เราหาเกมฝึกพิมพ์ดีดให้น้องๆ เล่น ก็มีบางคนที่เล่นแล้วดูสนใจดี ก็นับว่าดีกว่าให้เล่นเกมแฟลชบนเว็บไซต์น่ะนะ แต่น้องแต่ละคน จิ้มดีดกันหมด ก็อย่างว่า เล่นแต่เกมใช้เมาส์กับลูกศรกัน ก็เป็นอย่างนี้...

Photobucketเกมฝึกพิมพ์ที่โหลดมาลง เสียดายที่เป็นตัวทดลอง ตัวเต็มต้องซื้อ

              ระบบการสอนของโรงเรียนนี้คือ ครูหนึ่งคนต่อเด็กหนึ่งชั้น สอนทุกวิชา แต่ในความเป็นจริง ได้ยินมาว่าครูอยากสอนอะไรก็สอน หรือจะไม่สอนก็ไม่สอนเลยก็มี (อย่างการปล่อยเด็กเล่นคอมนี่ก็ใช่) ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมากของโรงเรียนนี้ จากที่ได้คุยกับท่านผ.อ.มา การแก้ไขต้องค่อยเป็นค่อยไป และต้องทำให้ครูมีความรับผิดชอบต่อนักเรียนให้มากขึ้นด้วย

              ตอนบ่ายแก่ๆ ไปเป็นล่ามให้คุณพ่อคุณแม่ของรุ่นพี่นักศึกษา APU ที่ให้อุปการะนักเรียนไทยคนหนึ่งอยู่ ก็ได้เข้าไปบ้านของนักเรียนที่รับอุปการะ อธิบายชีวิตความเป็นอยู่ สภาพครอบครัว ดูสวน เล้าเป็ดเล้าไก่ ฯลฯ (ดันไปแปลเรื่องที่เอาต้นกล้วยมาทำอาหารเป็ดเป็นอาหารคน ดีที่ยังแก้ทัน - -‘ ไม่มีพื้นในเรื่องที่จะแปล ก็ทำให้แปลผิดจริงๆ)

              ราวหกโมงเย็น ทำกิจกรรม OTOP ขณะที่กลุ่มอื่นๆ ไปเยี่ยมบ้านเด็กที่เพรงโกะอุปการะ (家庭訪問) เราอธิบายเรื่องที่ทางกลุ่มต้องการบอกคุณป้าชาวไทย จากนั้นก็เป็นล่ามแปลคำอธิบายการใช้จักรเย็บผ้าให้สมาชิกชาวญี่ปุ่นซึ่งไม่เคยใช้มาก่อน มีทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่สุดท้าย ทุกคนก็ดูจะรู้วิธีใช้ และเย็บจริงได้แล้ว แต่เย็บให้ตรง หรือจับโค้งได้ไม่ได้นี่อีกเรื่อง...

Photobucketสมาชิกชมรมเรียนการใช้จักร

              หลังเสร็จ OTOP รถตู้ก็มาส่งที่โลตัสพัทยา แยกย้ายกันหาของกิน เห็นว่ากินที่นี่ทุกมื้อเย็น เพราะสะอาด และมีให้เลือกกินหลายอย่าง ไม่มีปัญหาใครกินอะไรไม่ได้

              สามทุ่มกว่าๆ หลังกลับถึงโรงแรม ก็มีประชุมรายงานผลประจำวัน น่าจะเกือบสองช.ม. ซึ่งเป็นปกติ (หรือถือว่าสั้นด้วยซ้ำ) ของประชุมชมรมนี้ เพราะแต่ละหมวดจะรายงานกิจกรรมโดยละเอียด และหากมีปัญหา ก็จะถกกันยาว ในประชุม คนไทยจะไม่ค่อยมีโอกาสได้พูดเท่าไร คงเพราะฟังไม่เข้าใจเป็นหลัก เนื่องจากคนญี่ปุ่นพูดกันเอง ไม่ได้หันมาพูดช้าๆ กับเราให้เข้าใจ จะพูดช้าก็ตรงเรื่องกำหนดการ และเรื่องที่จะขอให้คนไทยช่วยเป็นหลัก

 

พฤ.17 ก.พ. 2011

              วันนี้วันแข่งกีฬาประจำอำเภอ จึงไม่มีเรียน เท่ากับว่าเรามาสอนเด็กเมื่อวันที่แล้ววันเดียว...  สายๆ ออกเดินทางไปวัด----- เพื่อให้คนญี่ปุ่นดูงานแข่งกีฬาของเด็กๆ ส่วนเราเหรอ... ไปถึงก็หาที่ร่มๆ นั่งอ่านหนังสือสงบๆ เลย -.-

Photobucketงานแข่งกีฬา

              ประมาณเที่ยง เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นสองท่านทานอาหารข้างนอก (แผงลอย, อาหารโรงเรียน) ไม่ได้ เพราะจะท้องเสีย เราจึงได้รับมอบหมายให้พาไปทานอาหารที่โลตัสระยอง โดยพี่คนขับรถตู้พาไปให้ ก็ช่วยนำทาง สั่งอาหารให้ แล้วก็ได้แปลจดหมายที่น้องที่ได้รับอุปถัมภ์เขียนส่งถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วย

              ที่จริง ได้ยินว่าเรื่องคุณพ่อคุณแม่สองท่านนี้ทำให้คนวางแผนกิจกรรมหัวเสียเล็กน้อย เพราะได้ยินแค่ว่าจะมีคนญี่ปุ่นมาเพิ่มอีกสองคน ไม่รู้ว่าจะเป็นผู้สูงอายุสองท่านนี้ จึงไม่ได้จัดเตรียมอะไรไว้เป็นพิเศษ อย่างเรื่องพาไปโลตัสนี่ก็นอกกำหนดการเหมือนกัน... เลยเป็นเรื่องให้บ่นกับคนญี่ปุ่นอีกเรื่องหนึ่ง

              บ่ายๆ พาสมาชิกเพรงโกะไปตลาดน้ำสี่ภาค พัทยา นั่งรถราวหนึ่งช.ม. กว่าจะถึง ก็พาสมาชิกกลุ่มหนึ่งลงเรือเมล์ไปอีกฝั่ง เสียไป 75 บาท… ซึ่งจริงๆ คนไทยควรเสียแค่ 35 บาท แต่ตอนขึ้นกลับไม่มีป้ายบอกอะไรทั้งสิ้น ไปถามเคาน์เตอร์ด้วยภาษาไทยชัดเจน เขาก็บอกมาว่า 75 บาท มามีป้ายบอกราคาสองมาตรฐานก็ตอนทางขึ้นท่าอีกฝั่งนู่น รู้สึกแย่ชะมัด หากินกับคนไทยด้วยกันแบบนี้ ไม่รู้ข้อมูล เลยได้เสียค่าโง่เลย

Photobucketนั่งเรือ ตลาดน้ำสี่ภาค (พัทยา)

              ตอนเย็น... นั่งรถอีกช.ม.กว่า กลับไประยองอีกรอบเพื่อไปเยี่ยมบ้านเด็กที่ได้รับทุน (家庭訪問) เป็นครั้งแรกของเราที่ได้ไป มีหลังหนึ่ง ไม่เจอเด็ก เจอแต่คุณยาย คุณยายบอกว่าน้องเขาอยากเรียนแต่ไม่มีเงินก็เลยหยุดไป ได้รายได้ผู้สูงอายุเดือนละ 500 บาท แต่ดูจากสภาพบ้าน ของที่มี ยังไงๆ ก็ทะแม่งๆ แถมได้รู้ทีหลังว่าพอพูดกับน้องเขาตรงๆ ก็ดูท่าทางฮึดฮัดไม่อยากไปเรียนเท่าไรด้วย...

Photobucketบริเวณบ้านที่ไปเยี่ยม

              คนถัดไปเป็นนักเรียนหญิงม.ปลายที่คุณพ่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นสองท่านนี้อุปถัมภ์อยู่ อยู่ในบ้านใหญ่สามครอบครัว มีน้องชาย,น้องสาวอีกรวมสองคน น้องคนนี้ดีมากๆ มีสัมมาคารวะ เรียบร้อย GPA ดี ได้พูดคุยเรื่องอนาคต ก็มีเป้าหมายคณะที่จะเข้าไว้อย่างดี อยากเป็นครูประถมเพราะอยากช่วยโรงเรียนที่ตัวเองเคยเรียน, ถึงตอนที่เรียนจบ จะมีครูเกษียณเยอะ น่าจะหางานได้ง่าย เป็นคนที่สมควรได้รับทุนจริงๆ แถมยังเลี้ยงผัดหมี่ให้สมาชิกเพรงโกะทุกคนอีกแน่ะ

              แต่อีกคนนึง เด็กผู้ชายม.ต้น น่าตัดทุนทิ้งมาก เรียกออกมาปุ๊บ หน้าตาท่าทางรำคาญมาก ถามว่าอยากเรียนต่อสายไหน ตอบ “ไม่รู้” คำเดียว คิดจะเข้าคณะอะไร ก็ไม่รู้อีก คือไม่ใช่ไม่รู้จริงๆ แต่ไม่อยากตอบมากกว่า ถามว่าชอบอะไร... เกม เลยพอจะเดาได้ว่ามันติดเกมแหงๆ... ที่แย่ที่สุดคือ เพรงโกะขอให้พูดอะไรถึงพี่คนที่ให้ทุนหน่อย ก็ทำท่าไม่สนใจ บอกไม่รู้จะพูดอะไร พวกเราเลยบอกให้พูดชื่อตัวเอง แล้วก็ขอบคุณก็ได้ มันก็พูดงี้เลย “(ชื่อ)​ ขอบคุณ”... ทุเรศมาก มีรุ่นน้องอีกคนคุยกับคุณแม่เขาอยู่ ก็ได้ความว่าคุณแม่เขาพูดจาปกป้องเด็กคนนี้มาก แต่ดูจากพฤติกรรมเด็กแล้ว รอดยาก (*ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ)

              และอีกคนหนึ่ง นักเรียนหญิงม.ปลายที่เคยได้รับทุนแต่ถูกยกเลิกทุนไป เหตุผล ได้ยินว่าเป็นเพราะย้ายบ้านใหม่ ที่ปลูกมาดูดีมาก ทำให้คนที่มาดูครั้งก่อนๆ คิดว่าน่าจะมีเงินพอแล้ว ซึ่งทางน้องเขาและคุณแม่ก็ยอมรับว่าบ้านทำมาดี เพราะเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต และทำรั้วรอบมิดชิดเพราะบ้านเปลี่ยว ฝั่งตรงข้ามมีพวกแรงงานทำงานอยู่ ซึ่งก็ฟังขึ้นเพราะสภาพรอบๆ เป็นอย่างนั้นจริง แต่รายรับแต่ละเดือนไม่ได้มากเลย เพราะคุณแม่ทำงานโรงงาน และพักหลังนี้ต้องรีบกลับมาดูแลลูก เลยไม่ได้ค่า OT อีก จึงคิดว่าถ้ามีทุนสนับสนุน ก็คงส่งเสียเรียนต่อได้มากขึ้น ส่วนลูกก็เกรดดีพอตัว ตั้งเป้าหมายว่าจะสอบเข้าคณะแพทย์จุฬาฯ สำหรับคนนี้ ความเห็นเราคือ ถึงเขาจะไม่ได้ขัดสน แต่ก็น่าให้ทุนเพื่อคนที่ตั้งใจเรียน/เรียนดีอยู่ ยังไงก็ดีกว่าเอาทุนไปให้คนที่ดูไม่คิดจะเรียนหลายคนแน่นอน

Photobucketรุ่นน้องสองคนเกาะรั้วถามว่ามีใครอยู่มั้ย ฮ่าๆ

              เสร็จงานก็กินข้าวที่โลตัสตามเดิม พอสามทุ่มกว่าก็ประชุมสรุปผล เสนอความเห็น เราก็พูดๆ เรื่องน้องคนสุดท้ายที่ถูกตัดทุนไปให้เขาพิจารณาเล็กน้อย

              ประชุมจบ มีงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ (飲み会) ที่มีคนร่วมราวสิบคนได้ ทั้งไทยและญี่ปุ่น เหมือนงานกินขนมมากกว่า และเราก็ได้ดื่มเหล้าไปจิบนึงจนได้ - - (ยังอายุไม่ถึง 20 ตามกฎหมายญี่ปุ่นห้ามดื่มนะ!!) ตอนคุยกันนี่สอนคำหยาบกันไปกันมาสนุกสนานมาก ไอ้เราโดนหมายหัวเป็นคนไม่ดีไปละ โทษฐานสอนคำหยาบภาษาญี่ปุ่นให้รุ่นน้อง 555+

ศ.18 ก.พ. 2010

              วันนี้วันพักผ่อน ไปเกาะล้านกันทั้งชมรม คนญี่ปุ่นเตรียมอุปกรณ์เล่นทะเลกันเต็มที่ ส่วนเรา... ใส่เสื้อลายดอกที่โดนรุ่นน้องที่ไม่ขอเอ่ยนามสองคนยุให้ซื้อ (lol) เพื่อไปนั่งหลับเฝ้าของริมหาดนั่นแหละ

Photobucketแก๊งค์เสื้อลายดอก orz

              การเดินทางใช้รถสองแถวไปถึงท่าเรือ แล้วก็ขึ้นเรือข้ามฟาก 30 บาท นั่งโคลงไปเคลงมาราว 1 ช.ม ไปถึงก็เช่าที่นั่งริมหาด ที่มีร่มกางกันแดดไว้สิบที่เพื่อวางของ ขณะที่ทุกคนไปเล่นน้ำทะเล ส่วนเรา... หลับยาวสองช.ม. --จบการเที่ยวเกาะล้าน-- (จริงๆ มีเดินเล่น ถ่ายรูปให้คนอื่นบ้าง แต่ของในเกาะล้านมันแพงจริงๆ)

              ขากลับนั่งเรือเหมือนเดิม แต่ตอนรอสองแถวมีปัญหานิดหน่อยตรงที่ต้องรอคันที่เราโทรจองไว้ตอนเช้า ทั้ง