2012/Mar/21

     2012/2/13 - 2012/2/18 เราได้ไป Internship สั้นๆ กับบริษัทผู้ผลิตในแถบคันไซ (โอซาก้า โกเบ เกียวโต) เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์มา เลยจะแบ่งปันประสบการณ์ความรู้ และกลยุทธ์ของบริษัทต่างๆ ไว้ ณ ที่นี้ครับ


ภาพหมู่ผู้ร่วมกิจกรรม ณ Matsushita Memorial Library
 
    Kansai Internship ครั้งนี้จัดโดย NPO ホンモノづくりプロヂューサー開発センター นำโดยอาจารย์โมริ โทชิฮิโระ เช่นเดียวกับตอนไป Internship ที่บริษัทไทย ฟูจิ เซอิกิ เดือนสิงหาคม 2011

      วัตถุประสงค์ของ Internship ครั้งนี้ เพื่อทำความรู้จักกับบริษัทผู้ผลิตขนาดกลาง-เล็ก (SME manufacturers/モノ作り中小企業) ของญี่ปุ่น ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก หลากหลายประเภทในจังหวัดโอซาก้า และเรียนรู้แนวคิดบริหาร กลยุทธ์ การทำงานของบริษัทเหล่านั้นโดยตรง

     สำหรับเรา Internship ครั้งนี้ทำให้ได้รู้บรรยากาศการทำงานจริงๆ ของคนญี่ปุ่น และอิมเมจภาพตัวเองถ้าได้ทำงานที่บริษัทผู้ผลิตของญี่ปุ่นในอนาคตออกด้วย เป็นประโยชน์ต่อการหางาน* มากๆ

*เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน เป็นช่วงที่นักศึกษาปีสามขึ้นปีสี่ที่จะสมัครงาน ต้องส่งใบสมัคร สอบข้อเขียน และสอบสัมภาษณ์มากมาย วุ่น+เครียดมาก T__T แต่ก็เป็นโอกาสดีที่จะ "ค้นพบตัวเอง" ผ่านการหางาน*

1.สู่โอซาก้าด้วยเฟอร์รี่ 18:45 - 6:35

     การไปโอซาก้าด้วยเรือครั้งนี้เป็นครั้งที่สองละ จากครั้งที่แล้วเมื่อตอนปีหนึ่ง จ่ายค่าโดยสารไปกลับชั้นถูกสุดราว 13,000 เยน ที่นอนเป็นเบาะยิมนาสติกตามเคย แต่คนขึ้นน้อย เลยได้ยึดสองสามที่ นอนแผ่สบายๆ แต่… นอนไม่หลับตามคาด เพราะปกตินอนหลังเที่ยงคืนประจำ แล้วเรือก็สั่นหน่อยๆ เลยหลับไม่เต็มอิ่ม คิดว่าได้หลับเต็มที่แค่สามช.ม.เองมั้ง

Photobucket
วิวอ่าวเบ็ปปุจากป้ายบัส 

Photobucket
ท่าเรือ

Photobucket
ที่นอนชั้นต่ำสุดในเรือ

     พอถึงโอซาก้า ก็ขึ้นรถไฟใต้ดินเข้าตัวเมือง ครั้งนี้เราเป็นลีดเดอร์นำคนไทยรวม 7 คน คนญี่ปุ่น 2 คนเข้าร่วม Internship เราเลยต้องเช็คเส้นทาง ค่าเดินทางต่างๆ ไว้ล่วงหน้า ทำให้เดินทางไปเก็บของที่โรงแรม ホテル東洋 ตอนเช้าได้อย่างราบรื่น จากนั้นก็ไปซื้อ IC Prepaid Card ICOCA ที่ใช้ในรถไฟญี่ปุ่นฝั่งตะวันตกทุกสายให้ทุกคน เพื่อให้การเข้าออกสถานีรถไฟไม่ติดขัด จะได้ขึ้นรถไฟตรงเวลา ไปถึงที่หมายตรงเวลา 

     อนึ่ง บัตร ICOCA ซื้อได้ที่สถานีรถไฟของ JR เท่านั้น รถไฟใต้ดินไม่มีขาย แต่สามารถเติมเงินได้ที่ทุกสถานี นอกจากนี้ยังใช้ซื้อของและเติมเงินผ่านร้านสะดวกซื้ออย่าง LAWSON, FamilyMart, 7-11 ได้ ถึงจะไม่ได้รีบร้อนเดินทาง แต่มีไว้ก็สะดวกดี ข้อเสียคือตอนซื้อบัตร จ่าย 2000 เยน จะใช้ได้ 1500 เยน อีก 500 เยนเป็นค่ามัตรจำ แม้จะได้คืนตอนคืนบัตร แต่ก็แลกคืนได้ที่ JR ที่มีช่องสีเขียว (みどりの窓口) เท่านั้น (สถานีที่ไปลงเพื่อขึ้นเฟอร์รี่เป็นรถไฟเอกชน)

2.MOBIO: Monodzukuri Business Information-center Osaka

     MOBIO คือศูนย์สนับสนุนอุตสาหกรรมผู้ผลิตขนาดกลาง-เล็กในโอซาก้า ซึ่งมีมากกว่า 40,000 บริษัทในโอซาก้า (เปรียบเทียบ: บริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น ประมาณ 3,000 บริษัท) นับจำนวนมากเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้ภายในอาคาร

Photobucket
อาคาร MOBIO

     ที่นี่เราได้ฟังเลคเชอร์เรื่องอุตสาหกรรมในโอซาก้า ว่าบริษัทขนาดกลาง-เล็กเหล่านี้ มีเทคโนโลยีที่ไม่มีใครเลียนแบบได้เป็นจุดแข็ง และหน้าที่ของศูนย์คือการแมทช์เทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจ จัดนิทรรศการแสดงสินค้า จัดพื้นที่พบปะ ส่งเสริมการขาย จดสิทธิบัตร ฯลฯ

     กลยุทธ์การตลาดของบริษัทกลาง-เล็กเหล่านี้คือ "Only One" ในตลาดของตน (Niche Market) ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เช่น

  • น็อตที่ไม่ขึ้นสนิมเด็ดขาด
  • สปริงที่ใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
  • ปลอกหุ้มสายใยแก้วนำแสงที่ใช้ใต้ทะเล
  • ยูรีเทนที่ให้สัมผัสเหมือนขนมปังจริงๆ
  • เทคนิคการเชื่อมวัสดุต่างชนิดเข้าด้วยกันโดยไร้รอยต่อ

     จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีที่ใช้จำกัด แต่เป็นสิ่งจำเป็นมากในสถานที่นั้นๆ บริษัทใหญ่ๆ ที่เราคุ้นชื่อ หลายที่สามารถผลิตสินค้าได้ก็ด้วยเทคโนโลยีจากบริษัทกลาง-เล็กเหล่านี้นี่เอง

     อนึ่ง นิยามของอุตสาหกรรมผู้ผลิตขนาดกลาง-เล็กคือ บริษัทที่มีจำนวนพนักงานไม่เกิน 300 คน และเงินทุนไม่เกิน 300 ล้านเยน มากกว่านั้นถือเป็นบริษัทขนาดใหญ่ เป้าหมายหลักของศูนย์ MOBIO นี้อยู่ที่กิจการขนาด 10-99 คน ซึ่งมีราวหนึ่งหมื่นบริษัทในโอซาก้า (ส่วนขนาดต่ำกว่า 10 คน มีเกือบสามหมื่นบริษัท!) 

วิธีดูโรงงานบริษัทผู้ผลิต (製造会社の観方)

     ตอนบ่ายเราได้เรียนเรื่องวิธีดูโรงงานบริษัทผู้ผลิต คือไม่ใช่แค่ดูสินค้า ดูเครื่องจักร แต่ให้ดูอัตราการทำงาน การจัดเลย์เอาต์โรงงาน กิจกรรม 5S เพื่อความเรียบร้อยด้วย และให้วิเคราะห์ว่าบริษัทนั้นๆ มีขั้นตอนการผลิตสินค้าอย่างไร ใช้เครื่องจักรกับแรงงานคนในอัตราส่วนเท่าไร ตรงไหนบ้าง ฯลฯ

     และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ให้สังเกตว่าแต่ละบริษัทแก้ปัญหา (課題) ที่เกิดขึ้นภายในอย่างไร เช่น การลดอุบัติเหตุโดยใช้สองมือกดให้เครื่องตัดทำงาน การประหยัดเวลาขนชิ้นส่วนโดยใช้หุ่นยนต์ การลดระยะเดินไปหยิบอุปกรณ์ เพื่อให้เข้าใจแก่นแท้ของ "การผลิต" (モノづくり) จริงๆ ไม่ใช่ไปโฟกัสกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่าใดๆ

Photobucket
เดินลุยฝนกลับไปขึ้นรถไฟใต้ดิน 

3.Toukai Bane (東海バネ工業)

     โทไคบาเนะ บริษัทผลิตสปริง order-made โดยเฉพาะ จุดเด่นคือสปริงที่มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และทนทาน การรับออเดอร์หนึ่งล็อต จะผลิตไม่เกิน 5 ตัวเท่านั้น ซึ่งต่างจากสปริงทั่วไปที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ผลิตล็อตละหลายหมื่นชิ้น

Photobucket
อาคารและโรงงานของ Toukai Bane
Photobucket
ห้องประชุม ฟังการบรรยายจากผู้บริหาร 

     พูดถึงสปริง คงนึกถึงสปริงเล็กๆ ในปากกาลูกลื่น หรือสปริงเกลียวที่ใช้เป็นตะขอเกี่ยวยึดวัตถุ ซึ่งก็ไม่ผิดนัก แค่ไซส์ใหญ่บิ๊กเบิ้มเท่านั้นเอง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น สปริงในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่ต้องโดนแรงดันหนึ่งตันจึงจะยุบลง 1 มิลลิเมตร… การใช้งานคือ เมื่อแรงดันในเตาปฏิกรณ์มากถึงระดับที่กำหนด สปริงจะถูกกด และระบบจะทำการเปิดช่องปล่อยแรงดันออกภายนอกอัตโนมัติ ซึ่งถ้าไม่มีสปริงนี้ จะไม่สามารถวัดแรงดันได้เลย

     อีกหนึ่งตัวอย่างคือ สปริงลดแรงสั่นแผ่นดินไหวที่ใช้ในโตเกียวสกายทรี หอส่งสัญญาณโทรทัศน์สูง 634 เมตรที่เพิ่งสร้างเสร็จไป เป็นสิ่งจำเป็นมากในการลดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ในญี่ปุ่น

Photobucket
สปริงที่ผลิต มีบางอันขนาดสูงเท่าตัวคนด้วย
Photobucket
ใช้ป้ายบอกขั้นตอนการดำเนินงานของสินค้าแต่ละชิ้น ตรงนี้คือสปริงที่ยังไม่ผ่านการขัดเกลา
Photobucket
Workshop ลองดัดสปริงจริงๆ ดู ยากกว่าที่คิด เพราะยิ่งบิดเกลียวเท่าไร ยิ่งมีแรงเด้งกลับเยอะขึ้นเท่านั้น

สำหรับกลยุทธ์ที่ได้เรียนรู้จากบริษัทนี้มีดังนี้

  • สู้ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะตัว ในสาขาเฉพาะทางที่ไม่ต้องแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองพอ (競争のないマーケットを選ぶ)
  • เน้นลงทุนพัฒนาบุคลากรเป็นอย่างมาก เพื่อสืบทอดเทคนิคการผลิตต่อไป (職人を育てる)
  • เลือก Trade-off เพื่อทำกิจการของตนให้ดีที่สุด -- ไม่รับผลิตสปริงจำนวนมาก เพื่อโฟกัสไปที่สปริง order-made แต่ละตัวๆ ให้ดีที่สุด

     และสุดท้าย ความภูมิใจของบริษัทนี้ ที่ฟังจากผู้บริหารคือ "การได้รู้ว่าสปริงของตนถูกนำไปใช้ที่ไหน และก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไรต่อสังคม" ซึ่งแตกต่างจากสปริงที่ผลิตทีละเยอะๆ เพราะไม่รู้ว่าชิ้นไหนจะถูกนำไปใส่อะไรบ้าง

 

ต่อพาร์ทสอง: Kansai Internship 2012/2/13-2012/2/18 (2/3)

Comment

Comment:

Tweet


Primary technology in that line of business could very well be paid for just for just by not all giant vendors, however, the key credit scores would travel to lots of the managers in back of all the production about ever-refined devices that we all uncover watch already.
#2 by louis vuitton replica (59.152.240.92|59.152.240.92) At 2014-05-23 13:14,
มีกิจกรรมน่าสนใจมาเขียนถึงให้ดูตลอดเลย

ความภาคภูมิใจของบริษัทผลิตอะไรต่างๆก็คือการได้รู้ว่าสิ่งที่ผลิตขึ้นมาถูกใช้ยังไงบ้างสินะHot!
#1 by φυβλας At 2012-03-21 16:26,

Chuy (ชุย)
View full profile