2012/Aug/25

  เอ็นทรี่นี้จะอธิบายงานของฝ่ายเสียง (Sound Department) ใน APU Thai Week 2012 - Thousand Shades of Love - ครับ โดยมีวัตถุประสงค์อยากให้รุ่นน้องรู้ถึงความสำคัญของงานเบื้องหลัง โดยเฉพาะงานฝ่ายเสียงกัน

Photobucketแผงควบคุมเสียง หนึ่งในหัวใจหลักของการแสดง
 
  Thai Week 2011 เมื่อปีที่แล้ว เป็นปีแรกที่เราเข้ามาทำงานสำคัญงานหนึ่งในงานเบื้องหลัง คือการทำและคุมเสียงทั้งหมด ซึ่งเป็นงานที่เหมาะกับคนชอบอยู่กับคอมพิวเตอร์และแผงควบคุมอย่างเรามากๆ

  สำหรับปีนี้ เป็นปีสี่ ปีสุดท้ายของเราในชีวิตนักศึกษา APU ถึงจะขยายหน้าที่ไปเป็น Technical Department Leader ด้วย แต่งานหลักเราก็ยังอยู่ที่เสียงตามเดิม งานทำเสียง เป็นงานที่ไม่มีใครเห็น แต่ก็ขาดไม่ได้สำหรับการแสดงทั้งหมด และที่สำคัญสุดคือ เป็นงานที่วันแสดงจริง "ผิดไม่ได้" เลย เพราะการเปิดเสียงผิด จะทำให้ทุกอย่างผิดหมดทันที... ถือเป็นงานเรียบๆ ที่ความรับผิดชอบหนักใช่เล่นเลยล่ะ

อธิบายงานตามไทม์ไลน์

 งานฝ่ายเสียง อธิบายแบบรวบรัดคือ 1.ทำความเข้าใจธีมของวีค 2.อัดและตัดต่อเสียงละคร เสียงเพลงการแสดง 3.ซ้อมเปิดไฟล์เสียงบนเวทีจริง 4.เปิดไฟล์เสียงวันจริง ซึ่งอธิบายโดยละเอียดได้ดังต่อไปนี้ครับ
  • ขั้นเตรียมตัว
    • ประชุมกับฝ่ายละคร ทำความเข้าใจเนื้อเรื่องโดยรวม -- ยังจำได้เลยว่าต้องอ่านบทละคร 15 หน้าแล้วนึกภาพตามเอาเองหมด
    • เข้าประชุม general meeting เพื่อทำความเข้าใจธีมของวีค บรรยากาศโดยรวม
    • นัดเวลากับฝ่ายละคร นักแสดงละครเพื่ออัดเสียง
    • เข้า Millennium Hall Guidance เพื่อเรียนวิธีใช้แผงควบคุมเสียง
    • ขอไฟล์เพลงจากการแสดงต่างๆ รวมทั้งแก้ไขตามคำเรียกร้อง
  • ขั้นทำไฟล์เสียงละคร
    • จองสตูดิโออัดเสียง (ต้องเข้า Multimedia Lab Guidance ก่อน)
    • อัดเสียงพากย์ ของตัวละครหลัก ตัวละครประกอบ ผู้บรรยาย ฯลฯ
    • หาเสียง Background Music ประกอบ
    • หาเสียง Effect ประกอบ
    • ตัดต่อ ปรับเวลาเสียง และ Finalize เป็นไฟล์เดียว
  • ขั้นซ้อมใหญ่ใน Millennium Hall
    • จัดแผงควบคุมเสียง เปิดลำโพง เปิดไมค์
    • เก็บอุปกรณ์ ปิดเครื่อง ตรวจความเรียบร้อย
    • เปิดเสียงระหว่างซ้อมบนเวที ตลอดเวลา ทุกการแสดง
    • เช็คความดังเสียง
    • ประสานงานกับ Stage Director, นักแสดง, ม่าน, แสง, สปอตไลท์ เพื่อ fix จังหวะเปิดเสียงแต่ละฉาก แต่ละการแสดง -- จุดที่ยากและเหนื่อยที่สุด ต้องปรับเปลี่ยนหลายรอบมาก เพราะการซ้อมบนเวทีใหญ่ ไม่เหมือนกับการซ้อมเป็นกลุ่มย่อยๆ ข้างนอก
    • ดูการแสดง แล้วกดเสียง Effect บางจุดด้วยตนเอง (เสียงต่อยมวย ฯลฯ)
  • วันจริง
    • เปิด-ปิด อุปกรณ์เสียง ตรวจเช็คความเรียบร้อยของอุปกรณ์
    • ปรับความดังเสียง ตรงนี้ต้องมีคนฟังอยู่ในฮอลจริงๆ แล้วคอยแจ้งขึ้นมา
    • เปิดเสียงตามคำสั่งของ Stage Director
    • กดเสียง Effect บางจุดด้วยตนเอง
Photobucket
ไมค์อัดเสียง
Photobucket
ห้องสตูดิโอ
 

   จะเห็นได้ว่างานฝ่ายเสียง ไม่ใช่แค่กดปุ่ม Play เปิดเพลงเสร็จก็จบ กว่าจะมีเพลงให้เปิดได้ ต้องผ่านหลายขั้นตอน และทั้งหมดที่พูดมานี้ ต้องแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายรอบ เช่น

  • อัดเสียงตัวละครเสร็จ พอขึ้นเวทีซ้อมจริง ปรากฏว่าอารมณ์ไม่ถึง หรือทำท่าตามเสียงแล้วแปลกๆ ก็ต้องอัดใหม่
  • ช่องไฟที่เว้นไว้ไม่พอ เพราะเวทีจริงกว้างกว่าตอนซ้อม ก็ต้องขอให้นักแสดงมาช่วยดูไฟล์เสียง ปรับใหม่หลายรอบ
  • บางจุดเว้นเงียบให้นักแสดงออกท่าทาง ปรากฏว่ากะจังหวะเสียงต่อไปมาไม่ถูก ก็ต้องหาเสียงเพลง/เอฟเฟ็กต์มาใส่เป็นตัวให้สัญญาณ (อย่างเสียงหัวใจเต้นตุบๆ ปีนี้ก็ใช่)
  • ตอนเปลี่ยนเพลง/เปลี่ยนฉาก บางจุดให้ Stage Director สั่งขึ้นเพลงใหม่ ปรากฏว่าช้าไป เรามองเวทีแล้วเปิดเอง หรือเปิดเพลงต่อเนื่องได้เลย ก็ต้องจดใหม่เรื่อยๆ
  • ฉากที่ปิดม่านเพื่อเก็บของ Backstage เก็บ-จัดไม่ทัน ต้องหาเพลงมาถ่วงเวลา
Photobucket
ร่วมซ้อมกับฝ่ายดราม่า เพื่อปรับเสียงให้ตรงจังหวะที่สุดเท่าที่ทำได้

  จากที่พูดมานี้ คงทำให้เปลี่ยนอิมเมจต่อฝ่ายเสียงว่าแค่นั่งหน้าคอมกดปุ่มเฉยๆ ได้ ฝ่ายเสียง ก็เป็นฝ่ายที่ต้องประสานงาน ทำงานร่วมกับฝ่ายอื่นอย่างใกล้ชิดเช่นกัน และฝ่ายเสียงนี่ล่ะ คือฝ่ายที่ทำงานใกล้ชิดกับฝ่ายละครที่สุด ถึงแม้เราจะเป็นลูกมือของหัวหน้าและการแสดงต่างๆ เราเปลี่ยนบทละครและการแสดงไม่ได้ แต่เราก็มีสิทธิ์แสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา โดยการหาเสียงเอฟเฟ็กต์ หาเพลงประกอบที่เข้ากันใส่ ใส่ Filter ให้เสียงมีมิติ หรือเสนอให้ปรับแก้บทพูดบางส่วนได้

  สิ่งหนึ่งที่ดีใจ ก็คือการที่เสียงที่เราใส่ ช่องว่างที่เราเว้น ทำให้การแสดงสนุกขึ้น สร้างบรรยากาศ ให้คนดูมีอารมณ์ร่วมกับละครได้ และสิ่งที่ประทับใจที่สุด คือการได้เห็นการแสดงดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัด ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไม่ได้อยู่เบื้องหลังคงเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่จริงแล้ว "ความปกติ" ที่ว่าน่ะ มาจากความพยายามซ้อมหลายสิบรอบที่ไม่มีใครเห็นต่างหาก

Photobucket
ห้องควบคุมในวันซ้อม
Photobucket
ห้องควบคุมอีกมุมหนึ่ง ข้างในคือแผงไฟ อีกหน้าที่สำคัญของเบื้องหลัง

คำแนะนำสำหรับรุ่นต่อๆ ไปที่จะทำงานนี้

  • ตอนอัดเสียง ต้องคอยบอกคนพากย์ให้ปากจ่อไมค์มากๆ ลด Noise ให้มากที่สุด
  • หา Sound Effect Library ไว้ จะสะดวกเวลาหาเสียงประกอบมาก
  • แก้เสียง ปรับช่องไฟ ต้องทำกับฝ่ายดราม่า ให้ทำความเข้าใจบทละคร ดูการซ้อมการแสดงไว้
  • ศึกษาแผงควบคุมเสียง ทำความเข้าใจ Input/Output/Speaker ให้ดี และถ้าฝึกปรับ EQ ให้เป็นด้วยจะยิ่งสุดยอด
  • เซ็ต Remote Control ให้ฝ่ายไฟเปิดเสียงได้ง่ายๆ ด้วย จะได้ไม่ต้องเฝ้าคอมตลอดเวลาซ้อม
  • เวลารันทรู ต้องมีคนประจำแผงควบคุมเสียง-คอมพิวเตอร์สองคนเสมอ มีคนหนึ่งเปิด คนหนึ่งคอยอ่านบทและทวนคำสั่ง กันความผิดพลาด
    • โดยเฉพาะปุ่มเปิดเสียง PC ข้างล่างเวลาจะเปิดวิดีโอ พลาดลืมเปิดประจำทุกปี!!

 สำหรับรุ่นน้องที่สนใจงานฝ่ายเสียง: งานเสียง เป็นงานที่เรียบง่าย แต่สำคัญมาก ต้องการคนที่มีสมาธิ รอบคอบ ไม่ใจลอย และสำนึกถึงความรับผิดชอบของงานตนที่มีต่อไทยวีคทั้งหมด ใครรู้ตัวว่าไม่อยากขึ้นเวที แต่อยากภูมิใจที่เป็นหนึ่งในเบื้องหลังของผู้ทำให้ไทยวีคสำเร็จ ขอเชิญมาฝ่ายเสียงได้เลยครับ ^_^

Photobucket
สมาชิกฝ่ายเทคนิค Thai Week 2012 (แสง เสียง สปอตไลท์)

Extra งานเบื้องหลังอื่นๆ บนเวที

งานเบื้องหลังอื่นๆ ก็มีเพียบ จะขออธิบายคร่าวๆ ไว้ สำหรับผู้ที่สนใจครับ จุดที่เหมือนกันของงานเบื้องหลังคือ มาก่อน กลับหลัง เพราะต้องอยู่คุมหลายการแสดง ไม่เหมือนนักแสดงที่มาซ้อมการแสดงของตัวเองเสร็จก็กลับ เตรียมตัวเหนื่อยได้ แต่ก็สนุกครับ ^^
  • Stage Director: คนประสานงานบนเวทีทั้งหมด เรียกนักแสดง ปล่อยนักแสดงขึ้นเวที สั่งเปิดปิดม่าน ไฟ แสง สปอตไลท์ ดูความเรียบร้อยเวทีว่าพร้อมไปฉากต่อไปหรือไม่ เป็นงานที่หัวหมุนมากๆ ถือเป็นศูนย์บัญชาการของการแสดงทั้งหมด
  • Lighting: ฝ่ายแสง เริ่มตั้งแต่การจัดไฟ ต้องประสานงานกับการแสดงต่างๆ ว่าจะใช้ไฟแบบไหน อย่างไร เปิดตอนไหน ต้องซ้อมเปิดปิด จดคิวการเปิดไฟทั้งหมด (มี 10 กว่าจุด) วันจริงจะเครียดมากเพราะเซฟการเปิดปิดไฟเป็นไฟล์อย่างฝ่ายเสียงไม่ได้
  • Spotlight: ฝ่ายคุมไฟสปอตไลท์ฉายนักแสดง ฉายจุดเด่นในแต่ละฉาก ต้องมีคนขยับไฟหนึ่งคน และคนคอยอ่านบท คอยติดต่อประสานงานอีกหนึ่งคนเสมอ
  • Decoration & Backstage: ฝ่ายเบื้องหลังเวทีของแท้ ทำอุปกรณ์-ฉากเล็กใหญ่ ต่อโต๊ะสร้างบ้าน ตกแต่งมหาวิทยาลัย แต่งเวที นอกจากสร้างเองแล้วยังต้องขนเข้าขนออกเองทุกการซ้อมใน Millennium Hall ด้วย ใช้ทั้งศิลปะ คณิต และกำลังกายครบสูตร
  • Curtain: คนกดเปิดปิดม่าน นั่งประจำที่เดียว แต่สำคัญไม่แพ้คนอื่น เพราะปิดม่านผิดจังหวะ หรือผิดม่าน = การแสดงล่มได้เลยทีเดียว
  • คนถือกุญแจ: ติตต่อยืม-คืนกุญแจจาก Security Office เพื่อเปิดปิด Millennium Hall ให้ทุกคนได้ใช้ซ้อมกันนับสิบครั้ง เหนื่อยกับการกรอกเอกสาร และการตามหากุญแจให้ครบเสมอ และเป็นคนที่ต้องมาก่อนคนอื่น แต่ได้กลับหลังคนอื่นทุกครั้ง (ปี 2012 นี่เราเป็นเอง...)
Photobucket
พวงกุญแจ ที่คนถือกุญแจต้องเจอทุกครั้งที่ซ้อมใน Millennium Hall 
Photobucket
ห้องควบคุมยามเก็บเรียบร้อย... จากนี้เราคงไม่มีโอกาสเข้าไปในห้องนี้ในฐานะนักเรียน APU อีกต่อไปแล้ว...

Comment

Comment:

Tweet


Together with during 1914, the main alert see was initially created by just Eterna. Yet, when using the dawn associated with a different see provider, all others were definitely all but abandoned. Rolex debuted worldwide for wrist watch earning during 1920.
#3 by chanel replica (59.152.240.92|59.152.240.92) At 2014-05-23 13:13,
Not necessarily specifically carry out these kinds of timepieces well worth several enormous funds, yet until you produce a complete great deal about countless money, that sort could be sort of inconceivable to realize.
#2 by fake omega (59.152.240.92|59.152.240.92) At 2014-05-06 16:07,
โหหห สุดยอดมากเลยน้องชุย เก็บรายละเอียดได้หมดเลย 
เสียดายไม่ได้มาเป็นรุ่นน้อง 555
#1 by BOOM (103.7.57.18|220.102.249.53) At 2013-04-28 12:13,

Chuy (ชุย)
View full profile