2013/Feb/21

 หลังเที่ยวไบโอพาร์กและเฮาส์เทนบอชที่จ.นางาซากิเสร็จใน ตะลุยเที่ยวคิวชูตอนเหนือด้วยบัตร JR Kyushu Foreign Student Pass (2/4) วันที่สองเราก็ต่อด้วยการเที่ยวภูเขาไฟอาโสะ จ.คุมาโมโตะครับ

ส.2013/2/9 ภูเขาไฟอาโสะและปราสาทคุมาโมโตะ

สถานีอาโสะ บนทางรถไฟสายโฮฮิ

 สถานีอาโสะ (阿蘇駅) ที่เราไปกัน เป็นสถานีที่ตั้งอยู่บนทางรถไฟสายโฮฮิ (豊肥本線) ซึ่งเป็นทางรถไฟท้องถิ่น (地方交通線) เชื่อมจังหวัดโออิตะกับคุมาโมโตะเข้าด้วยกัน แต่เนื่องจากเกิดอุทกภัยหนักในจังหวัดโออิตะเมื่อเดือนกรกฎาคม 2012 ทำให้ทางรถไฟขาดไปหลายสถานี ต้องใช้รถบัสขนส่งแทน


อาโสะ

 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2013 ทางรถไฟก็ยังซ่อมไม่เสร็จ ทำให้เส้นทางระหว่างสถานี 豊後竹田 (ตะวันตก จ.โออิตะ) และ 宮地 (ตะวันออก จ.คุมาโมโตะ) ยังขาดอยู่ ไม่สามารถนั่งรถไฟตรงไปได้ หลังจากดูตารางรถไฟและรถบัสขนส่งแทนแล้ว หากออกเดินทางจากเบ็ปปุผ่านทางนี้ จะไปถึงอาโสะเร็วสุดตอน 10:25 น. ซึ่งช้ากว่าเพื่อนที่เดินทางจากฝั่งนางาซากิที่จะมาถึงตอน 9:44 น. ทั้งที่อยู่ใกล้กว่าเยอะแท้ๆ

Houhi "Local" Line กับจำนวนรถไฟที่แสนจำกัด

 อธิบายเกร็ดความรู้ทางรถไฟสักนิด ทางรถไฟสายโฮฮิ (豊肥本線) เป็นทางรถไฟสายหลัก (本線) ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งคนข้ามจังหวัด ในที่นี้คือจังหวัดโออิตะ-คุมาโมโตะ ก็จริง แต่ไม่จัดเป็นทางรถไฟหลัก (幹線) เป็นทางรถไฟท้องถิ่น (地方交通線) ดังนั้น จำนวนรถไฟที่วิ่งจึงมีน้อยมาก

 เปรียบเทียบกับทางรถไฟสายนิปโป (日豊本線) ซึ่งเป็นทางรถไฟหลักเชื่อมฟุกุโอกะกับคาโกชิมะ ผ่านจังหวัดโออิตะ-มิยาซากิ รถด่วนพิเศษ Sonic ที่เรานั่งจากเบ็ปปุไปฮากาตะเมื่อวาน วิ่งด้วยความถี่ชม.ละสองขบวน จึงมีมากกว่า 30 ขบวนต่อวัน รวมไปกลับก็มากกว่า 60 ขบวน หนึ่งขบวนประกอบด้วย 6-7 คันรถ แต่รถไฟด่วนพิเศษคิวชูโอดัน (九州横断特急) วิ่งเพียงวันละสี่ขบวนเท่านั้น ไปกลับรวมเป็นแปดขบวน น้อยกว่ากันถึงเจ็ดเท่า และหนึ่งขบวนมีเพียงสองคันรถเท่านั้น เห็นชัดเลยว่าจำนวนผู้ใช้บริการน้อยขนาดไหน

 นอกจากนี้ ด้วยความที่สายโฮฮิเป็นทางรถไฟท้องถิ่น ไม่คุ้มค่าที่จะลากสายไฟฟ้าไปตลอดทาง รถไฟที่วิ่งจึงเป็นรถไฟดีเซล ไม่ใช่รถไฟฟ้าอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไปในญี่ปุ่น ความเร็วสูงสุดจึงเพียงแค่ 95 กม./ชม.เท่านั้น ในขณะที่ความเร็วสูงสุดของ Sonic อยู่ที่ 130 กม./ชม. ทำให้การเดินทางบนสายนี้ช้ากว่ามาก

 ประกอบกับอุทกภัยที่เกิดขึ้น ทำให้หากจะเดินทางไปอาโสะจากโออิตะผ่านสายนี้ ต้องลงรถไฟไปนั่งบัสที่ช้ายิ่งกว่าอีก ดังนั้น รถไฟ-บัสรอบแรกที่จะไปถึงอาโสะได้คือรอบ 8:00-10:25 ใช้เวลาถึง 2 ชม. 25 นาที กับระยะทางเพียง 100 กิโลเมตร... จะไม่ใช่ปัญหาเลยถ้ามีรถรอบเช้ากว่านี้ แต่ไม่มีแล้ว

Photobucketรถด่วนพิเศษคิวชูโอดัน (九州横断特急) เป็นรถไฟเครื่องดีเซลสองคันรถ

Photobucket
ในรถตกแต่งด้วยไม้ ให้บรรยากาศ retro

นั่งรถไฟอ้อมเกาะคิวชูเป็นระยะทาง 350 กม.

 เนื่องจากไม่มีรถไฟวิ่งจากเบ็ปปุไปยังอาโสะผ่านสายโฮฮิเพื่อไปรวมตัวกับเพื่อนทันเวลา 9:44 น.ดังที่อธิบายไป เราจึงตัดสินใจนั่งรถไฟอ้อมเกาะคิวชู ขึ้นจากเบ็ปปุไปฮากาตะ แล้วต่อชินกันเซ็นลงมาคุมาโมโตะ เพื่อวกกลับมาอาโสะจากฝั่งคุมาโมโตะที่ไม่มีปัญหาทางรถไฟขาดแทน

 ดังนั้น เราจึงต้องออกเดินทางด้วยรถไฟรอบแรกจากเบ็ปปุ 4:53 น. กลับจากเมื่อวานตีหนึ่ง เข้านอนตีสองหน่อยๆ และตื่นตีสี่เพื่อขี่มอเตอร์ไซค์ไปสถานีเบ็ปปุ ทรมานสุดๆ ขึ้นรถไฟปุ๊บหลับเป็นตายปั๊บ


Photobucket
ถไฟที่นั่งไปจากเบ็ปปุในการเดินทางวันนี้

Photobucketขึ้นรถไฟรอบแรก 4:53 จากเบ็ปปุ แทบไม่ได้หลับที่บ้านเลย

 พอถึงฮากาตะก็ต่อชินกันเซ็น รวมตัวกับเพื่อนในชินกันเซ็นที่สถานีชินโทสุ (新鳥栖) แล้วก็เปลี่ยนรถขึ้นรถด่วนพิเศษคิวชูโอดัน (九州横断特急) ที่คุมาโมโตะด้วยกัน ถึงอาโสะ 9:44 น. ใช้เวลาเดินทางเกือบห้าชม. ไม่ต่างกับเวลาไปนางาซากิเลย น้ำท่วมเป็นเหตุจริงๆ T T

Photobucketทางรถไฟของคิวชูตอนเหนือ
สีน้ำเงินคือทางสั้นสุดจากเบ็ปปุ-อาโสะผ่านสายโฮฮิ
แต่ต้องเปลี่ยนไปนั่งบัสเพราะทางขาดตรงจุดที่กากบาท

Photobucketเส้นทางที่เราเดินทางจริง เพื่อไปถึงอาโสะให้เร็วที่สุด อ้อมกว่าเส้นบนหลายเท่า 

เดินทางไปภูเขาไฟอาโสะ

 เขตอาโสะ (阿蘇市) เป็นเมืองท่องเที่ยวธรรมชาติเมืองหนึ่งในจังหวัดคุมาโมโตะ ไฮไลต์อยู่ที่ภูเขาไฟอาโสะ (阿蘇山) ที่ยังคุกรุ่นอยู่ การเดินทางจากสถานี ต้องนั่งบัสอีก 30 นาที ค่าโดยสาร 540 เยน

Photobucket
สถานี JR อาโสะ (阿蘇駅) อากาศแจ่มใส แดดดีสดชื่น

 จากที่เล่าเรื่องทางรถไฟข้างบนมา คงพอเดากันได้ ว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ในเขตชนบทห่างไกล และแน่นอนว่าเมื่อรถไฟน้อยขนาดนี้ รถบัสก็ต้องน้อยไม่แพ้กัน รถบัสวิ่งไปภูเขาไฟอาโสะมีเพียงชั่วโมงละคันเท่านั้น คันที่เราขึ้นกันคือรอบ 9:50 น. ไปถึง 10:20 น. เพราะรถบัส-รถไฟน้อยขนาดนี้แหละ เราเลยจำเป็นต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อมาถึงอาโสะพร้อมกับเพื่อน ไม่งั้นจะเสียเวลารอบัสรอบต่อไปอีกเยอะ พูดตามตรง... อยากมีใบขับขี่ญี่ปุ่นแล้วเช่ารถขับจริงๆ จะหมดความเครียดเรื่องเวลาไปได้เยอะเลย

Photobucket
รถบัสขึ้นภูเขาไฟ ค่าโดยสาร 540 เยน ใช้เวลา 30 นาที วิ่งเฉลี่ยชั่วโมงละคัน

ขึ้นกระเช้าสู่ภูเขาไฟอาโสะ

 หลังลงจากบัสที่ปลายทาง สถานีโรปเวย์ภูเขาอาโสะ (阿蘇山ロープウェー駅) ก็ซื้อตั๋วขึ้นกระเช้าเพื่อขึ้นไปปากปล่องภูเขาไฟ ค่าตั๋วไปกลับ 1000 เยน ใช้เวลาราวห้านาทีถึง พอขึ้นไปถึงยอดเขา ความประทับใจแรกเลยคือ "หนาวโคตร" ก็ไม่แปลก เพราะเราอยู่ที่จุดสูงถึง 1258 เมตร อุณหภูมิจากเทอร์โมมิเตอร์ -5 องศาพอดิบพอดี อุตส่าห์ลงมาทางใต้ ด้านในแผ่นดินคิวชู แต่ก็ยังเจออากาศหนาวต่อจากเมื่อวานอีกซะงั้น โฮ...

Photobucket
ขึ้นกระเช้าสู่ปล่องภูเขาไฟ

Photobucket
ณ ความสูง 1258 เมตรจากระดับน้ำทะเล

Photobucket
กระเช้าซูมถ่ายจากยอดเขา 

 แต่เมื่อได้เห็นปากปล่องภูเขาไฟ ไอน้