APU

APUでの最初の日

 ตอนนี้มาอยู่ที่APUแล้ว วันแรกเป็นวันที่รู้สึกว่ายาว+เหนื่อยสุดๆ เลย

 จากสุวรรณภูมิ 29มี.ค. ออกเดินทางด้วยน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง 41.4 กก. ผ่านได้เพราะเขาคิดแบบเป็นกรุ๊ปให้ แน่นอนว่าถ้าเอามาเกินกันหมดคงรอดยาก แต่ก็ไม่รู้นะว่าคนอื่นเอามาเท่าไรกันบ้าง



ที่สนามบิน ตรวจพาสปอร์ตแล้วก็ไปขึ้นเครื่อง


 ในเครื่องบิน TG648 กับอาหารเช้า อยากบอกว่านอนไม่หลับ เครื่องออกราวตีหนึ่ง ขึ้นไปก็คุยกับคนข้างๆ (มด,อัยมิ) เกือบชั่วโมง หลับแบบหลับๆ ตื่นๆ อีกสองชั่วโมง แล้วก็ต้องตื่นเพราะอาหารเช้าเสิร์ฟตอนหกโมงเวลาญี่ปุ่น (=ตี4 )



ที่สนามบินฟุคุโอกะ หลังจากตรวจวีซ่า โดนเก็บใบCertificate of Elagibility ยื่นใบแจ้งสินค้าเสียภาษี(ไม่มี) ก็ออกมาเอากระเป๋าเดินทาง


ภาพจากบริเวณสนามบิน พอขึ้นรถบัส เปิดเน็ตบุ๊กก็เจอwifiฟรี เลยได้เล่นทวิตเตอร์นิดหน่อย เรื่องกระเป๋า เอาติดตัวไปสามใบเดิม ส่วนกระเป๋าเดินทาง2ใบเอาขึ้นรถบรรทุกไป ค่าแชร์รถทั้งหมดก็4000เยน


จากบนรถบัส ทางขวาคือคนเก็บเงินค่าทางด่วน ตอนนั้นประมาณแปดโมงครึ่ง


ถึงAP house บ้านที่เราจะพักอยู่11เดือน ภาพขวาคือตอนที่ฟังรุ่นพี่,RA (Resident Assistance) อธิบายเกี่ยวกับหอ มีการให้แบ่งกลุ่ม5คน (เรามากัน25คน) เพื่อสะดวกในการแยกย้ายไปช็อปปิ้งวันพรุ่งนี้ กลุ่มเรามีเนย โอม แบงก์ แล้วก็ไวท์

 
หอที่เห็นนั่นคือทางเชื่อมไปยังตัวมหาวิทยาลัย อากาศกำลังเย็นสบาย แต่ลมพัดมาก็หนาวเอาเรื่องเหมือนกัน


เดินข้ามไปยังมหาวิทยาลัย


ภาพตัวอาคารในมหา'ลัยที่เดินผ่าน


ร้านค้าสหกรณ์ (CO-OP) ขายแทบทุกสิ่งที่จำเป็น มีโน้ตบุ๊กขายด้วย talking-dictก็มี แต่แพง สินค้าอื่นๆ ก็ราคาพอได้ แต่ไม่ถูกนักถ้าเีทียบกับซื้อตามแหล่งอย่างตลาด หรือบางอย่างซื้อร้าน100เยนดีกว่า สั่งหนังสือก็ได้ (เพิ่งสั่งG'sเดือน5ไป แต่หนังสือหมด เลยรับตั้งแต่เดือน6 ส่วนเดือนห้าสั่งamazonเอา) ถ้าสมัครสมาชิกในราคา15000เยน ซึ่งเงินจำนวนนี้จะได้คืนเมื่อเรียนจบ จะได้ส่วนลดหนังสือ10% เราก็เพิ่งสมัครไป


จากนั้นก็ไปAPU cafeteria โรงอาหารที่อยู่ติดกับร้านCO-OP มีอาหารหลากหลาย ในราคาราว150-400เยน


อาหารมื้อแรกของเรา ข้าวหน้าไก่ใส่ไข่(親子丼)ขนาดM 340เยน มีปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับบอกด้วย อย่างชามนี้833กิโลแคลอรี่ ส่วนใหญ่ที่ได้800Kcal+ (กินแล้วอิ่มแปร้) ก็ราคาเกิน300เยนทั้งนั้น ยกเว้นข้าวหน้าแกงกะหรี่ไซส์L 280เยน แต่มันเน้นข้าวซะมากน่ะนะ เป็นข้าวราดแกงกะหรี่ ไม่มีอะไรใส่เพิ่มเลย


กินเสร็จก็ต้องยกถาดไปที่รางที่เห็นในภาพขวา แล้วมันจะถูกส่งไปที่ล้างจานเอง แต่พวกกระดาษ ห่อพลาสติก ต้องเอาทิ้งถังขยะก่อนส่งไปล้าง



ภาพมองจากมหาวิทยาลัย ที่เห็นเป็นตึกอยู่ในภาพล่างคือAP house



กินข้าวเสร็จก็ได้กุญแจห้อง ที่นี่ใช้ระบบกุญแจธรรมดาในการเข้าห้อง ใช้กุญแจในการเปิดสวิตช์ไฟ,แอร์/ฮีทเตอร์ แต่ถึงจะปิด ไฟตามปลั๊กก็ไม่ตัด เพราะต้องเลี้ยงไฟให้ตู้เย็น จึงเปิดโน้ตบุ๊กทิ้งไว้ได้ตามใจชอบ lol (ไม่ดีนะเนี่ย...) ส่วนนี่คือภาพห้องก่อนจัด มีแต่โน้ตบุ๊กที่เอามาวางเพิ่ม ที่เหลือก็เป็นดังที่เห็น

ตอนเดินขึ้นมาห้อง ก็ได้RAชื่อKouki เป็นคนแนะนำสิ่งต่างๆ ให้ ทั้งในห้อง ทั้งในชั้น ว่าอะไรใช้ยังไง ขยะอันไหนทิ้งตรงไหน ฟองน้ำในครัวห้ามใช้ เพราะใช้เช็ดพวกอ่างล้างจานของครัว กฎต่างๆ ฯลฯ เขาเป็นคนอัธยาศัยดีนะ อธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นที่เข้าใจง่ายดี

เครื่องซักผ้าสามารถใช้ได้เลย มีเครื่องปั่นแห้งให้เสร็จสรรพ ก็ใช้ง่ายดี กดเครื่องละสองปุ่ม แล้วก็กลับห้องไปเล่นคอมรอ กรั่กๆ ห้องน้ำก็ส้วมธรรมดา มีสามห้อง ที่สงสัยคือ ทำไมไม่ใช่ส้วมแบบมีฝารองนั่งทำความร้อนหว่า... นั่งทีก็... ซี้ด--- เลย นี่ขนาดฤดูใบไม้ผลินะ ฤดูหนาวนี่คงตาย... ห้องอาบน้ำก็แบบยูนิต สามห้องเช่นกัน แคบๆ แยกเป็นสองส่วน ส่วนเปลี่ยนเสื้อผ้ากับส่วนที่อาบน้ำ ตรงที่อาบน้ำก็กวนเหลือหลาย ไม่มีที่วางสบู่ มีแต่ราวเล็กๆ ที่ใช้วางไม่ได้ (เราเลยซื้อตะแกรงวางมาใช้กับราวนั้นในวันต่อมา)

พูดถึงห้อง เราได้ห้องแบบแชร์ ซึ่งไม่มีห้องส้วม,อ่างล้างหน้าในตัว ข้อดีคือ กว้างขวาง ไม่ต้องขัดส้วมเอง แต่ข้อเสียก็คือไม่มีก๊อกน้ำนี่แหละ กินนมแก้วนึงเสร็จก็ต้องถือฟองน้ำ,น้ำยาล้างจาน,แก้วไปล้างข้างนอก... อ้อ ครัวเป็นแบบใช้ร่วมกัน มีโต๊ะทานข้าวรวมด้วย แต่เราไม่ได้ไปร่วมกับเขาเท่าไรหรอก ตอนนี้ไปครัวก็ไปเอาน้ำร้อน,ใช้ไมโครเวฟเท่านั้นแหละ กำลังรอกาน้ำร้อน,หม้อหุงข้าวที่สั่งจากamazonมาส่งอยู่ มาแล้วคงสะดวกขึ้น


ห้องหลังเอาของจากเป้จัดเสร็จแล้ว ส่วนสภาพห้องปัจจุบัน... ไว้จะมาเปิดเผยภายหลังนะ


เครื่องขายของอัตโนมัติที่ชั้นหนึ่ง ไม่รู้มีทุกชั้นเปล่า ไม่ได้สังเกต-*- ส่วนภาพขวาคือลิฟต์ฝั่งเรา RII ส่วนทางขวาคือทางเดินไปฝั่งR ซึ่งถือเป็นAP house 2 ทั้งคู่ เวลาจะออกจากหอต้องไปทางนี้ตลอด

 ห้องที่เราอยู่อยู่ชั้น4 RII 467 ชั้นนี้รู้สึกจะมีแต่ผู้ชาย รูมเมท(เรียกงี้ดีเปล่าหว่า? เอาว่าเป็นเพื่อนห้องแชร์ที่อยู่ติดกันละกัน) ชื่อเรียวเฮย์ ตั้งแต่มา เรายังไม่ได้คุุยอังกฤษกับเขาซักประโยคเลยมั้ง ญี่ปุ่นแหลก ถึงจะมั่วนิ่มไปเยอะก็เถอะ อ้อ พอเราให้ของทำความรู้จัก เป็นผ้าเช็ดตัว+พวงกุญแจแล้ว ตอนเย็นเขาก็เอาเซ็มเบ้กล่องใหญ่มาให้เฉยเลย เห็นบอกว่ามาจากบ้านเกิดเขา (โกเบ) อีกต่างหาก สมเป็นคนญี่ปุ่นจริงๆ เรื่องการรับ-ให้เนี่ย - -'



ซ้ายบนคือล็อกที่ใช้ไปห้องข้างๆ ก็ไว้ใช้เปิดประตูคุยกัน อะไรพวกนี้ อ้อ ข้อเสียอีกอย่างของห้องแชร์คือ มันแชร์เสียงได้ด้วย... เปิดเพลงเบาๆ ยังได้ยินกันเลย ถึงจะไม่รำคาญ แต่ก็พอรู้แหละว่าอีกฝ่ายทำอะไรอยู่ (ถ้าเราเงียบฟัง) เพราะงั้น เวลาเล่นเกมก็ต้องใส่หูฟัง T-T

กระเป๋ามาถึงประมาณสี่โมง ก็เอาขึ้นมาจัดซะนานพอควรเลย  ภาพขวาล่างคือหมอนสุญญากาศที่เอามา จำเป็นมากๆ เพราะหมอนในห้องเป็นหมอนถั่ว... (ได้ข่าวว่าไส้ในเป็นหลอดตัดละเอียด?) เล็กกว่านี้1/3 นอนแล้วหยุบๆ หยับๆ ตอนนี้ย้ายมาเป็นหมอนข้างไปละ



ภาพเฮาส์,มหาลัยอีกรอบ


อูด้งเนื้อ 402Kcal 250เยน อร่อย แต่ไม่อิ่ม พอกินเสร็จ เราก็เจอเพื่อนคนไทยที่มารวมกัน (ไม่ยักรู้เรื่อง...) เพื่อไปร้านอาหารบนเขา ร้านbeppuwan มีรุ่นพี่นำไป เราก็เดินตามๆ เขาไป



น้ำพุนี่เขาว่าถ้าใครเอามือแตะน้ำ จะเรียนไม่จบด้วยล่ะ... แล้วก็ ถ้าน้ำพุเปิดอยู่ แสดงว่าอธิการบดีอยู่ ถ้าปิดแปลว่าไม่อยู่ เหอๆ


เดินขึ้นบันไดสุดชัน หนาว+เหนื่อยนิดๆ

 
นี่แหละ ร้านbeppuwan อาหารราคาโหดได้ใจมาก เทียบกับCO-OP ข้าวแกงกะหรี่700เยนมั้ง เห็นว่าไม่อร่อยมากด้วย ดีที่เรากินมาก่อน เลยไม่ได้สั่งด้วย


แต่ก็ซื้อpurin-dorayaki โดรายากิไส้คัสตาร์ด มากินอยู่ดี อร่อยดี 170เยนมั้ง


เดินกลับ แวะซื้อของที่CO-OPเล็กน้อย ส่วนตอนกลางคืนเป็นWelcome Partyของแต่ละปีก (ของเราRII) ราวสองทุ่มน่ะ ก็สนุกดี แบ่งกลุ่มแบบสุ่ม5กลุ่ม เล่นเกม เกมที่ให้จำชื่อของคนก่อนตัวเองไปเรื่อยๆ คนสุดท้ายต้องจำทั้งหมดแล้วพูดน่ะ ปวดหัวใช่เล่นเลย รอบแรกรู้สึกจะเป็นชื่อกับคณะ รอบสองชื่อ ชั้นที่อยู่ ก็ได้รู้จักเคซี่(KR) จอง(KR) วีวี่(มั้ง แต่เราจำว่าvivioไปแล้ว จากนาโนฮะ lolz เป็นผู้หญิงน่ะ KR) แล้วก็เนย (คนไทยด้วยกัน รู้จักตั้งแต่ตอนรวมกันที่เฮาส์ครั้งแรก ฮ่าๆ) คนอื่นลืมไปเรียบร้อย เหอๆ มีคนนึงเป็นผู้หญิงชาวเคนย่า กว่าเราจะฟังเขาออกว่ามาจากประเทศเคนย่าก็ตั้งนาน= = ภาษาอังกฤษช่างฟังยากยิ่งนัก

โดยรวมแล้ว ที่นี่ก็อยู่สบายดี ถ้าไม่ติดเรื่องเงิน กินอาหารที่cafeteriaก็สบายสุดๆ ได้คุณค่า อิ่มด้วย เสียอย่างคือต้องข้ามฝั่งไปกินถึงมหาลัย แล้วก็ซื้อพวกมาม่า อูด้งมาไว้เป็นมื้อเช้า ก็ง่ายละ

 เรื่องอื่นๆ ก็เดี๋ยวค่อยมาอัพเรื่อยๆ ละกัน อาจจะไม่บ่อยเพราะไม่ค่อยมีอารมณ์พิมพ์เท่าไร รู้สึกเหนื่อยๆ ชอบกล เจอภาษาที่ไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดทั้งวันนี่นะ

 

 แต่ก่อนจาก มาเล่าเรื่องสำคัญซักนิด เรื่องอินเทอร์เน็ต...

 ห้องแชร์ดีกว่าห้องเดี่ยวตรงที่เน็ตสามารถใ้ช้ได้โดยการเสียบสายแลนที่มีในห้องเลย แต่ห้องเดี่ยวจะต้องต่อโมเด็มADSL ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเป็นไงน่ะนะ แต่ที่แน่ๆ คือต้องใช้id,password ซึ่งจะได้จากวันปฐมนิเทศ ทำใ้ห้ยังต่อเน็ตไม่ได้ แต่สงสัยอยู่ว่าห้องแบบนั้นจะบิตได้เปล่า ถ้าได้นี่คงอิจฉาแย่ T^T
 ส่วนเน็ตธรรมดาก็เร็วดี แต่เข้าเว็บไทยจะหนืดๆ ชอบกล เหอๆ บางทีก็มี่ไม่โหลดไปดื้อๆ พักสั้นๆ เหมือนกัน อ้อ อีกอย่างที่บล็อกคือเกมออนไลน์ ความฝันที่จะเข้าปังย่าญี่ปุ่นเล่นก็เป็นอันพังทลาย >__<
 ตอนนี้ก็หวังพึ่งเน็ตไวร์เลสที่ชั้นล่างอยู่ แต่ติดพาส เลยยังใช้ไม่ได้ ว่าจะรอพาสเวิร์ดที่น่าจะได้ในวันปฐมนิเทศ (Document Distribution Guidance) แล้วค่อยว่ากันอีกที

 

ปล.ซากุระบานอยู่ด้วยล่ะ งาม~ แต่ที่นี่มีไม่เยอะเท่าไร

 เอ็นทรี่นี้เขียนเมื่อ02/04/2009

 วันนี้เป็นวันสุดท้ายในประเทศไทยก่อนออกเดินทางไปมหาวิทยาลัย APU ที่ญี่ปุ่น จะไปถึงประมาณแปดโมงของวันที่30มี.ค. ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น
今日はタイでの最後の日だ。今夜はAPUに留学に行く予定だ。少し緊張してきたけど、大丈夫だろう。荷物はたくさんありすぎると思うが、仕方がないんだ。全部必要(だと思う)なものなんだから。あと、入学前の日本語作文のこともここで話すから、僕が書いた作文を見ていただけると大変うれしいです。

 ตอนนี้เตรียมพร้อมปรับตัวกับชีวิตใหม่ละ แล้วก็ตื่นเต้นนิดหน่อยที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษ+ญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ก็ต้องลุยกันซักตั้งแหละ พูดไม่ออกก็อยู่ไม่รอด

 กระเป๋าก็อย่างที่เห็นในรูปข้างล่าง กระเป๋าเดินทาง2ใบที่จะโหลดใต้ท้องเครื่อง หนักประมาณ28+14กิโล กระเป๋าเป้11กิโล กระเป๋าโน้ตบุ๊ก8กิโล กระเป๋าสะพายเฉียงใบเล็กอีก2กิโล รวมๆ ก็... ประมาณ60kg 555 ตูจะได้ขึ้นเครื่องเปล่าเนี่ย (เขาให้ลงท้องเครื่อง30 ขึ้นเครื่อง7 )

 อีกเรื่องก็คือ Assignment ภาษาญี่ปุ่นที่ให้ทำก่อนเข้าเรียน Japanese Pre-enrollment Assignment เราเลือกทำขั้นสูง แต่เนื่องจากเมลไปถามอาจารย์ที่นู่น เขาแนะนำให้ทำขั้นกลางไปด้วย ก็เลยต้องย้อนกลับมาทำ แต่ก็เนื่องจากขี้เกียจ เลยยังทำไม่เสร็จอยู่นี่แหละ (มันต้องเอาไปใช้สอบวันที่1เมษาไม่ใช่เรอะ!?)

 สนใจดูเรียงความที่เราทำก็ : APU Japanese Pre-enrollment Assignment : Intermediate part and Advance part อยากหาคนช่วยแก้ แต่ก็ไม่รู้จะขอใคร ฮ่าๆ

 อธิบายซักหน่อย

 การบ้านก่อนเข้าเรียนที่APU ก็คือการเตรียมพร้อมในด้านภาษาญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาใหม่ที่เรียนในEnglish-basedนั่นเอง แบ่งเป็น5ระดับ คือ

1.ระดับต่ำสุด สำหรับผู้ที่ยังอ่านฮิรางานะไม่ได้ ให้ฝึกฮิรางานะจากหนังสือเรียน Itsutsu no Tobira ที่ให้มา

2.Foundation 1 สำหรับผู้ที่อ่านฮิรางานะได้ ก็ให้ทำแบบฝึกหัด คัดตัวอักษร เขียนคำศัพท์ง่ายๆ นับตัวเลข สอนสำนวนพื้นฐาน

3.Foundation 2 สำหรับผู้ที่เข้าใจบทสนทนาง่ายๆ ให้ทำแบบฝึกหัด เติมบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ โดยอ้างอิงจากสถานการณ์ตัวอย่างในหนังสือเรียน Itsutsu no Tobira

4.Intermediate สำหรัีบผู้ที่เขียนประโยคง่ายๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นได้ ให้เขียนเรียงความ(作文) ของระดับกลาง มีประเด็นช่วยให้เขียนได้ง่ายขึ้น

5.Advance สำหรับผู้ที่สามารถเขียนเรียงความเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ ให้เขียนเรียงความของระดับสูง

 สำหรับโจทย์ของเรียงความระดับกลางและสูงในภาษาญี่ปุ่น สามารถดูได้ที่ลิงค์ข้างบน APU Japanese Pre-enrollment Assignment : Intermediate part and Advance part ครับ

 (ภาษาไทย)หัวข้อเรียงความระดับกลางคือ

1.แนะนำตัวเอง
2.เมืองของคุณเป็นอย่างไร
3.เขียนสิ่งที่อยากลองทำเมื่อเข้าเรียนที่APU
4.คิดว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศแบบใด

หัวข้อเรียงความระดับสูง

1. เลือกสถานการณ์ในหนังสือเรียน Itsutsu no Tobira มาหนึ่งสถานการณ์ แล้วเปรียบเทียบวัฒนธรรมการปฏิบัติกับของประเทศตน
2.เลือกสิ่งที่คิดว่าสำคัญ3อย่างจาก สุขภาพ ความรัก ครอบครัว การงาน งานอดิเรก และเงิน แล้วเรียงลำดับความสำคัญจากหนึ่งถึงสาม และบอกเหตุผล
3.เขียนสิ่งที่รู้เกี่ยวกับ "โลกร้อน" และเขียนความเห็น

 

 ก็หวังว่าเอ็นทรี่นี้คงเป็นประโยชน์สำหรับคนที่สนใจมหาวิทยาลัยAPUนะครับ ^^

เอ็นทรี่มีประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง : APU Essays



Chuy (ชุย)
View full profile