Japan

2013/Feb/25

 เอ็นทรี่นี้เป็นการสรุปและแจกแจงค่าใช้จ่ายของการตะลุยเที่ยวคิวชูเหนือด้วยบัตร JR Kyushu Foreign Student Pass ทั้งสี่พาร์ทครับ

เอ็นทรี่ทั้งสี่บท

  • เกริ่นนำเกี่ยวกับ JR Kyushu Foreign Student Pass: Part 1/4
  • จ.นางาซากิ-เฮาส์เทนบอช Part 2/4
  • จ.คุมาโมโตะ-ภูเขาไฟอาโสะ/ปราสาทคุมาโมโตะ Part 3/4
  • จ.ฟุกุโอกะ-อิโตชิมะ/MK และ จ.โออิตะ-เบ็ปปุ Part 4/4

สถานที่ที่ไป รอบเกาะตอนเหนือพอดี

ค่าใช้จ่าย

ค่าเดินทาง

  • JR Kyushu Foreign Student Pass (Northern Kyushu) 7000 เยน
  • บัสจากสถานีอาโสะ-ภูเขาไฟอาโสะ 540*2 = 1080 เยน
  • โรปเวย์ขึ้นปล่องภูเขาไฟ ไปกลับ 1000 เยน
  • รถรางคุมาโมโตะ 150*2 = 300 เยน
  • บัตรรถไฟใต้ดินฟุกุโอกะหนึ่งวัน 500 เยน
  • อิโตชิมะบัส 900 เยน
  • บัตรบัสคาเมโนอิ เบ็ปปุ หนึ่งวัน 700 เยน

รวมค่าเดินทาง 11,480 เยน แบ่งเป็น JR 7,000 เยน อื่นๆ 4,480 เยน

ค่าเข้าสถานที่

  • นางาซากิไบโอพาร์ก 1600 เยน
  • เฮาส์เทนบอช 3900 เยน
  • ปราสาทคุมาโมโตะ 500 เยน
  • เบ็ปปุ อุมิทามาโกะ-ทาคาซากิยามะ 2200 เยน
  • อุมิจิโกคุ 400 เยน
  • เฮียวตันออนเซ็น 650 เยน

รวมค่าเข้าสถานที่ 9,250 เยน

ค่าอาหาร

  • พิซซ่าเฮาส์เทนบอช 3 ถาดหารสี่ 950 เยน
  • ข้าวหน้าเนื้อที่อาโสะ 1000 เยน
  • MK 1,880 เยน
  • วัตถุดิบ-ค่าใช้หม้อนึ่งน้ำพุร้อน 1000 เยน
  • มื้ออื่นๆ ขนม น้ำ กินจุกจิก รวมประมาณ 5000 เยน

รวมค่าอาหารสี่วัน 9800 เยน

ค่าที่พัก

  • พักห้องตัวเองที่เบ็ปปุ 0 เยน

สรุปยอด

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 30,500 เยน เป็นค่าเดินทาง 38% ค่าเข้าชม 30% ค่าอาหาร 32%

จะเห็นได้ว่าค่าเดินทางมีอัตราส่วนสูงกว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขนาดใช้ JR Pass ตัดค่ารถไฟข้ามจังหวัดทิ้งได้แล้ว แสดงให้เห็นชัดว่าค่าเดินทางที่ญี่ปุ่นแพงมาก

 ค่าเข้าสถานที่ก็โหดอยู่ แต่ก็ยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์ เพราะถ้าไม่ได้เข้าสถานที่เหล่านี้ ก็เหมือนไปถ่ายรูปเก็บพิกัด GPS ณ เมืองนั้นๆ เฉยๆ ไม่ได้สัมผัสสิ่งใหม่ๆ มากนัก

 ส่วนค่าอาหาร... นานๆ ทีกินแพงหน่อย ไม่เป็นไรน่า เดินทางไกลไปกับเพื่อน ให้ซื้อเบ็นโตะคอมบินิกินก็ไม่ไหว (แต่ถ้าไปคนเดียว มองหาร้านข้าวหน้าเนื้ออันดับแรก ถูก!)

จุดที่พลาด

  • วันที่สอง - วัดซุยเซ็นจิ จ.คุมาโมโตะ ถ้ารู้ว่าปิดห้าโมง คงออกจากปราสาทคุมาโมโตะเร็วกว่านี้
  • วันที่สาม - อิโตชิมะ น่าจะลงบัสที่อ่าวประมง เพื่อเข้าร้านหอยนางรมตั้งแต่บัสรอบแรก 10 โมงปลายๆ จะได้กินหอยนางรมปิ้งสดๆ ที่นั่นโดยไม่เจอคนต่อแถวยาวอย่างตอนเที่ยงจนไม่ได้กิน
  • วันที่สี่ - APU: ไม่ได้พาเพื่อนไปดูมหา'ลัยและวิวบนเขาเพราะเวลาไม่พอ ต่อให้เพื่อนไม่มาสาย ก็ยังยากเพราะบัสจำกัด
  • วันที่สี่ - หม้อนึ่งน้ำพุร้อน คิดว่าไปตอนเย็นจะไม่เจอคนเยอะ ปรากฏต้องต่อคิว เลยเสร็จช้า ทำให้ไม่ได้ไปเมียวบังออนเซ็น
  • วันที่สี่ - บัตรบัสคาเมโนอิหนึ่งวัน 700 เยน ปรากฏว่าได้ใช้แค่ไปกลับคันนาวะ 320*2 = 640 เยน ไม่คุ้ม

ความรู้สึกหลังเที่ยว

 การเที่ยวครั้งนี้ทำให้เราได้วางแผน หาสถานที่ท่องเที่ยว จัดตารางรถไฟเอง แต่ต้องเข้มงวดและเป๊ะกว่าปกติเพราะคราวนี้มีเพื่อนร่วมเดินทางด้วย ถ้าพลาดจะทำให้เวลาของเราทั้งสี่คนสูญเปล่า เลยต้องจัดรอบรถไฟ คำนวณค่าใช้จ่าย และจัดสถานที่ล่วงหน้าบอกเพื่อนๆ ให้ดี

 การเที่ยวเป็นกลุ่ม นอกจากจะได้พูดคุยกัน แบ่งปันความประทับใจ ณ สถานที่นั้นๆ ถ่ายรูปกัน ได้มิตรภาพแล้ว ยังได้เห็นไอเดียดีๆ ของคนอื่นด้วย อย่างที่อิโตชิมะ เพื่อนเราปิ๊งไอเดียว่า ในเมื่อเราจะไปต้มน้ำพุร้อนกินกันที่เบ็ปปุ ทำไมไม่ซื้อหอยนางรมจากที่นี่ไปล่ะ? ขึ้นมา เราเลยได้กินหอยนางรมอร่อยๆ กัน ถ้าเราเที่ยวคนเดียวคงไม่คิดจะซื้อกลับไป และก็พลาดของเด็ดไปแน่ๆ

 ทริปนี้เราได้ใช้ความชำนาญการเดินทางในฮากาตะเพราะไปดู​ HKT48 บ่อยสุดๆ ให้เกิดประโยชน์ ตอนที่เราพาเพื่อนไปซื้อตั๋วบัสทั่วคิวชู​ 3 วันหมื่นเยนที่ bus center ในเท็นจิน ซื้อเสร็จ 17:35 น. ต้องไปขึ้นรถไฟแยกย้ายกลับบ้านกันที่ฮากาตะรอบ 17:55 น. ด้วยความที่เราชำนาญทางเดินไปสถานีรถไฟใต้ดินเท็นจิน+คำนวณเวลารถไฟที่ต้องใช้ในหัวได้คล่องแล้ว เลยรีบเดินฉับๆ ตรงไปสถานี ขึ้นรถไฟใต้ดินเท็นจิน 17:45->17:51 ฮากาตะ แล้วแยกกันโดดขึ้นรถด่วนต่อทันเวลาพอดีเด๊ะได้ นี่ถ้าหลงทางในสถานีใดสถานีหนึ่งซักนิดก็ตกรถไฟไปละ ฮ่าๆ เป็น AKB48+HKT48 โอตะ เดินทางบ่อยๆ ก็มีข้อดีอย่างนี้นี่แหละ (ไปกลับฮากาตะเกิน 10 รอบแล้ว)

สรุป

 การเที่ยวคิวชูตอนเหนือครั้งนี้ทำให้ได้เห็นธรรมชาติหลากหลายของเกาะคิวชู ทั้งป่า ภูเขาไฟ ทะเล และบ่อน้ำร้อน และยังทำให้ได้จัดตารางเที่ยวที่รัดกุมเพราะมีเพื่อนร่วมทางให้รับผิดชอบ จะเรื่อยเปื่อยเถลไถลตัวคนเดียวไม่ได้ จึงเป็นการฝึกทักษะการวางแผนไปด้วย และพอผิดแผนก็ต้องรีบคิดแผนสำรอง ฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อีก สมกับที่เคยอ่านเจอว่า "การเดินทางคือการเรียนรู้" จริงๆ

 ขอบคุณเพื่อนๆ ทั้งสี่คนที่ร่วมเดินทางกันในทริปนี้ และขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่กรุณาอ่านบทความนี้ครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนเที่ยวคิวชู-ญี่ปุ่นนะครับ ^_^

 

ปล.สุดท้าย คิดมานานแล้วแต่ขอย้ำอีกที "คิวชูนี่มันบ้านนอกชะมัด" ไปไหนก็มีแต่ทุ่งนาป่าเขาและถนน​ อยากเช่ารถขับเที่ยวจริงๆ!

2013/Feb/25

 มาถึงการตะลุยนั่งรถไฟเที่ยวรอบคิวชูตอนเหนือสองวันสุดท้าย หลังจากเมื่อวานไปภูเขาไฟอาโสะ ตื่นตาตื่นใจกับปากปล่องภูเขาไฟและยังได้เห็นภูเขาไฟปะทุมา คราวนี้เราเปลี่ยนบรรยากาศไปทะเลและบ่อน้ำร้อนกันที่อิโตชิมะ จ.ฟุกุโอกะ และเบ็ปปุ จ.โออิตะ

อา.2013/2/10 คาบสมุทรอิโตชิมะ รับลมธรรมชาติจากทะเลเก็งไค

 คาบสมุทรอิโตชิมะ (糸島半島) เขตอิโตชิมะ (糸島市) ทางตะวันตกของจังหวัดฟุกุโอกะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องทะเลอันงดงาม มีหาดทรายทอดยาวให้เล่นน้ำทะเลได้

 แต่เนื่องจากที่นี่เป็นแหล่งตากอากาศสำหรับคนญี่ปุ่น ผู้มาเที่ยวมักเป็นครอบครัว ขับรถเป็นกัน ประกอบกับเป็นเขตชนบทของจังหวัดฟุกุโอกะ จึงแทบไม่มีรถบัสวิ่งให้บริการเลย ถึงจะลงจากสถานีรถไฟ ก็ใช่ว่าจะไปที่ต่างๆ ได้... ดังนั้น แนะนำเลยว่าถ้าขับรถเป็นควรทำใบขับขี่สากลมาเช่ารถขับเที่ยว จะสบายกว่าเยอะครับ

Hakata → Meinohama → JR Chikuzen-Maebaru

 หลังนั่งรถด่วนมารวมตัวกับเพื่อนสามคนที่สถานีฮากาตะตอน 8:30 น. ก็ได้เวลาเดินทางไปสถานี JR จิคุเซ็นมาเอบารุ (筑前前原) เพื่อเที่ยวอิโตชิมะ โดยต้องนั่งรถไฟใต้ดินที่เชื่อมกับ JR ไป ทำให้ใช้บัตรคิวชูพาสอย่างเดียวไม่ได้ เราเลยเลือกซื้อบัตรนั่งรถไฟใต้ดินในฟุกุโอกะไม่อั้น 500 เยนมา เพราะค่าโดยสารจากสถานีรถไฟใต้ดินฮากาตะถึงปลายทาง เมย์โนะฮามะ (姪浜) อยู่ที่ 290 เยน คำนวณค่าไปกลับแล้วบัตรหนึ่งวันคุ้มกว่า

Photobucket
บัตรขึ้นรถไฟใต้ดินฟุกุโอกะหนึ่งวัน 500 เยน
ฟุกุโอกะ เป็นเขตเดียวในภูมิภาคคิวชูที่มีรถไฟใต้ดินวิ่ง 

 เมย์โนะฮามะ (姪浜) เป็นสถานีร่วมของรถไฟใต้ดินฟุกุโอกะและ JR สายจิคุฮิ (筑肥線) รถไฟจะวิ่งต่อจากเมย์โนะฮามะไปถึงจิคุเซ็นมาเอบารุเลย เมื่อถึงสถานี ให้โชว์ทั้งบัตรรถไฟใต้ดินและบัตรคิวชูพาสให้เจ้าหน้าที่ดู ก็จะออกจากสถานีได้ครับ ใช้เวลาเดินทางจากสถานีฮากาตะราว 40 นาที

บัสท่องเที่ยวอิโตชิมะ Itoshima Shuuyuu Bus

 พวกเราซื้อบัตร 900 เยนเพื่อนั่งบัสขององค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวอิโตชิมะได้ไม่อั้นทั้งวัน ซึ่งดีกว่าบัสประจำทางมาก เพราะจะพาไปส่งถึงสถานที่เด่นๆ เลย และยังถูกกว่ามาก เพราะบัสประจำทาง แค่ไปให้ถึงอ่าวฟุตามิกาอุระที่จะไป ขาเดียวก็ 540 เยนแล้ว

 ที่จริงตอนแรกไม่ได้คิดจะซื้อ กะจะขึ้นบัสปกติไป มาแบบโนแพลนพอควร ที่นี่ - -" แต่พอเห็นค่าโดยสารโหดร้าย ก็เลยเดินดุ่มๆ เข้าไปถามคนขององค์กรฯ เขาจึงแนะนำบัสท่องเที่ยวให้ แถมยังบอกด้วยว่าต้องกินหอยนางรมที่นี่ให้ได้ ตอนขึ้นบัสออกก็มีการลุกมาโบกมือบ๊ายบายพวกเราอีก ใจดีมาก ^^

Photobucket
บัตรนั่งบัสท่องเที่ยวอิโตชิมะหนึ่งวัน 900 เยน ได้โบรชัวร์นำเที่ยวและบัตรใช้เตาปิ้งหอยนางรมฟรีแถมมา

 บัสขององค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้บริการเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซื้อตั๋วได้ที่องค์กรฯ ข้างสถานี JR บัสวิ่งวันละห้าเที่ยว รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่ いとしま周遊バス

Photobucket
รถบัสท่องเที่ยว ตอนขึ้นไปมีแค่พวกเราสี่คนกับคุณป้าหนึ่งคน คนใช้บริการน้อยมาก

หินคู่สามีภรรยาที่ Sakurai Futamigaura

 หลังขึ้นบัสรอบ 10:00 น. ชมธรรมชาติรอบๆ ชมอ่าวประมง ทะเลเล่นน้ำ ฯลฯ เป็นเวลาหนึ่งชม.นิดๆ เราก็ไปถึงสถานที่เป้าหมาย หินคู่สามีภรรยา (夫婦岩) ที่ฟุตามิกาอุระ (二見ヶ浦) เวลา 11:20 น.

 หินคู่สามีภรรยานี้เป็นโขดหินสองโขดที่ผุดอยู่กลางทะเล ตอนนั้นลมดี แดดดีมากๆ เลยได้ถ่ายภาพทะเลและหาดทรายสวยๆ กลับมา ที่จริงที่นี่โด่งดังเรื่องวิวยามพระอาทิตย์ตกดิน ถึงกับติดอันดับหนึ่งในร้อยวิวพระอาทิตย์ตกดินของญี่ปุ่น แต่เราไปซะเที่ยงขนาดนี้ หมดสิทธิ์ดู (´・ω・`)

Photobucket
ทะเลงามและฟ้าคราม อากาศดีมากๆ ที่หาดใกล้ๆ มีคนเล่นทะเล โต้คลื่นเพียบ อุณหภูมิ 7 องศาเนี่ยนะ...
Photobucket
หินคู่สามีภรรยากลางทะเล

หอยนางรมและอ่าวประมง Kishi

 ชมทะเลได้แค่สิบนาที พวกเราก็ต้องโดดขึ้นบัสคันเดิมที่ออกตอน 11:31 น. เพื่อไปยังอีกแหล่งขึ้นชื่อของอิโตชิมะ อ่าวประมงคิชิ (岐志漁港) เพื่อหวังกินหอยนางรมสดๆ ปิ้งกันเป็นมื้อเที่ยง จำเป็นต้องขึ้นบัสรอบนี้เพราะไม่งั้นต้องรอรอบต่อไปบ่ายโมง... บัสวิ่งน้อย ทำให้ตารางรัดตัวจริงๆ

Photobucket
อ่าวประมงคิชิ (岐志漁港) มีเรือจอดเทียบท่ามากมาย

 บัสจอดส่งที่อ่าวประมงคิชิตอนเที่ยงนิดๆ ที่อ่าวนี้มีร้านหอยนางรม (かき小屋) เรียงกันเป็นสิบ ขายหอยนางรมที่จับได้จากอ่าวสดๆ ให้นั่งปิ้งกินได้ ตอนที่เราไป หอยกิโลกรัมละ 800 เยน และค่าใช้เตา-ถ่านปิ้ง 300 เยน (แต่ถ้าซื้อบัตรบัสท่องเที่ยว 900 เยน จะได้คูปองใช้เตาฟรี)

 แต่เมื่อลงไปถึง ปรากฏว่าร้านหอยนางรมทุกร้าน มีคนต่อแถวยาวหลายสิบคน