ถุงพลาสติกที่ได้รับแจกฟรีตอนช็อปปิ้ง ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า レジ袋 (Reji-bukuro) วันนี้จะเปลี่ยนบรรยากาศ เขียนเอ็นทรี่สอนภาษาญี่ปุ่นซักนิด เรื่องของการผันเสียงของคำศัพท์บางคำ และก็บ่นเรื่องทั่วๆ ไปตามเคย
ภาษาญี่ปุ่น นอกจากต้องผันกริยาเป็นรูปนั้นรูปนี้มากมายแล้ว ยังมีการผันเสียงอีกด้วย อาจรู้กันดีว่า เวลานำคันจิตัวหนึ่ง มาต่อกับคันจิอีกตัวหนึ่ง ส่วนใหญ่จะใช้เสียงอง (เสียงจีน) ในการอ่าน แต่บางทีก็ต้องมีการสนธิเสียงเข้าด้วยกันเพื่อให้ออกเสียงได้ง่าย ตัวอย่างเช่น 学校 gakkou ที่แปลว่าโรงเรียน คันจิตัวแรกอ่าน gaku แต่พอเอา kou มาต่อท้าย ก็ต้องผันเสียงให้อ่านง่ายเป็น gakkou ดังที่พูดๆ กัน
เสียงขุ่นในภาษาญี่ปุ่น (濁音 : だくおん) ก็คือเสียงวรรค が ざ だ ば ส่วนเสียงปกติ (วรรค か さ た は) เรียกว่า 清音 : せいおん และเสียง ぱ ぴ ぷ ぺ ぽ คือเสียงกึ่งขุ่น เรียกว่า 半濁音 : はんだくおん
เมื่อได้เรียนภาษาญี่ปุ่น จะพบว่าคำหลายคำต้องมีการผันเสียงเมื่อเชื่อมคำสองคำเข้าด้วยกัน หลักๆ ก็จะมีการผันเสียงขุ่น กับผันเป็น っ ตัวอย่างง่ายๆ ที่ชวนปวดหัวสำหรับผู้เริ่มเรียน เช่น หน่วยนับนาที 分 (ふん) เมื่อนำจำนวนมาต่อข้างหน้าจะออกเสียงดังนี้
- 一分 : いっぷん pun (เสียงกึ่งขุ่น)
- 二分 : にふん fun (เสียงธรรมดา)
- 三分 : さんぷん pun (เสียงกึ่งขุ่น)
- 四文 : よんぷん pun (เสียงกึ่งขุ่น)
- 五分 : ごふん fun (เสียงธรรมดา)
- 六分 : ろっぷん pun (เสียงกึ่งขุ่น)
- 七分 : ななふん fun (เสียงธรรมดา)
- 八分 : はっぷん pun (เสียงกึ่งขุ่น)
- 九分 : きゅうふん fun (เสียงธรรมดา)
- 十分 : じゅっぷん/じっぷん pun (เสียงกึ่งขุ่น) *กรณีเป็นคำคุณศัพท์na ที่แปลว่าเพียงพอ อ่าน じゅうぶん (เสียงขุ่น)
- 何分 : なんぷん pun (เสียงกึ่งขุ่น)
จากตัวอย่าง จะเห็นได้ว่า นอกจากต้องผันเสียงของ 分 ให้เป็นเสียงกึ่งขุ่นหรือไม่ขุ่นแล้ว ยังมีการผัน ち -> っ , く-> っ , う -> っ ของตัวเลขข้างหน้าด้วย หน่วยนับอื่นๆ ก็จะมีวิธีผันที่แตกต่างกันไป เรื่องการผันเสียงของการนับจำนวนจึงเป็นสิ่งที่ชวนปวดหัวมาก และผมก็ยังผันผิดอยู่ประจำ
(จึงต้องเขียนคันจิเอาทำให้ไม่รู้ว่าอ่านไม่ถูก... และนี่คืออีกข้อดีของคันจิ)
ตอนไหนต้องใช้เสียงขุ่นหรือเสียงธรรมดาน่ะเหรอ... ก็ต้องจำและสังเกตเอาเอง เพราะมีคันจิหลายตัวที่อยู่คู่กับตัวหนึ่งต้องใช้เสียงขุ่น คู่กับอีกตัวดันเป็นเสียงธรรมดา ตัวอย่าง - 満足 manzoku (พอใจ) เป็นเสียงขุ่น 遠足 ensoku (ทัศนศึกษา) ดันเป็นเสียงธรรมดา...
อนึ่ง ถุงพลาสติกที่ได้รับแจกฟรีตอนช็อปปิ้งที่พูดถึงตอนต้นเอ็นทรี่ ซึ่งเรียกว่า レジ袋 reji-bukuro นั้นก็ใช้หลักการผันเสียงเช่นกัน ทำให้ 袋 fukuro (ถุง) กลายเป็น bukuro ไป อันนี้เป็นกฎตายตัวว่า fukuro อยู่หลังคำไหน ต้องกลายเป็น ~bukuro ไปหมด เช่นเดียวกับ 箱 กล่อง (hako -> ~bako) , 不足 การมีไม่เพียงพอ (fusoku -> ~busoku)
ตัวอย่างคำศัพท์ก็เช่น
- ビニール袋 : bini-ru bukuro ถุงพลาสติก
- ゴミ袋 : gomi bukuro ถุงขยะ
- 紙袋 : kami bukuro ถุงกระดาษ
- 空き箱 : aki bako กล่องเปล่า
- ゴミ箱 : gomi bako กล่องขยะ
- お払い箱にする : oharaibako ni suru อันนี้เป็นคำกริยา แปลว่าทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น
- 水不足 : mizu busoku การขาดแคลนน้ำ
- 医者不足 : isha busoku การขาดแคลนแพทย์
...
..
.
ที่พูดๆ มานั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แค่ทำให้เอ็นทรี่ดูมีสาระเฉยๆ
ประเด็นที่จะบ่นคือจะซูเปอร์เมืองเบ็ปปุตอนนี้ เก็บเงินค่าถุงพลาสติก (ตั้งสองสามเดือน) แล้ว หากไม่มีกระเป๋าไปใส่ของเอง ต้องเสียเงินค่าถุงพลาสติกถุงละห้าเยน ทำให้เราต้องพก my bag ติดตัวไปเสมอ แต่ก็ไม่เดือดร้อนเท่าไร เพราะพกไปซื้อของตลอดอยู่แล้ว
เหตุผลที่พก ไม่ใช่ต้องการช่วยลดภาวะโลกร้อนแต่อย่างใด แต่มันจำเป็นในการขนของขึ้นเขา...
ก็เราซื้อของทีนึงเยอะแยะน่ะสิ... หนักอึ้ง ถ้าใช้ถุงพลาสติกขนล่ะก็ บาดนิ้วเจ็บกันเลยทีเดียว
ซื้อของเสร็จ ก็ต้องหอบไปขึ้นบัส พอลงรถบัส ก็ต้องหอบมันเข้าหอ เดินขึ้นห้องเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร... เหนื่อย (แต่ยืมรถเข็นของหอใช้ขนขึ้นห้องได้นะ)
ในภาพนี่ออกจะเยอะไปหน่อย ปกติจะมีแค่สองถุง กับอีกหนึ่งกระเป๋าสะพาย แต่ก็หนักพอที่บาดมือได้ถ้าใช้ถุงพลาสติกขน ต้องซื้อเยอะเพราะลงเขาสัปดาห์ละครั้ง หรือสองสัปดาห์ครั้ง แล้วค่ารถบัสมันไปกลับมันก็หกร้อยกว่าเยน เลยต้องซื้อทีเยอะๆ บ้าหอบฟางอย่างนี้แหละ...
ป.ล.เฉพาะซูเปอร์และตลาดบางร้านเท่านั้นที่เก็บเงินค่าถุงพลาสติก ร้านร้อยเยน,โฮมเซ็นเตอร์ไม่เก็บแต่อย่างใด
ป.ล.2 โฮมเซ็นเตอร์บริการดี มีการติดหูหิ้วให้ขนของง่ายๆ ด้วย ดังที่เห็นในกล่องในภาพ เป็นkitchen wagon










